นี่คือคำสั่งย้าย 2 คำสั่งที่ออกมาในวันเดียวกัน คือ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม ลงนามโดย คุณบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คำสั่งแรกให้ นายประจักษ์ ชูศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเบตง (วีระราษฎร์ประสาน) ส่วนคำสั่งต่อมาให้ นายนพปฎล มณีรัตน์ ผูอำนวยการโรงเรียนเบตง (วีระราษฎร์ประสาน) ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานี
เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่งย้ายนายประจักษ์ ชูศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานี นอกจากจะเป็นการย้ายข้ามจังหวัด ไปยังอำเภอใต้สุดแดนสยามอย่างอำเภอเบตงแล้ว ยังเป็นการย้ายจากโรงเรียนระดับประถมศึกษา ไปเป็นผู้อำนวยการในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วย
แม้ในคำสั่งจะอ้างเหตุผล "เพื่อประโยชน์ของทางราชการ" แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งย้ายน่าจะมาจากการไม่สามารถแก้ไขปัญหากรณีเด็กนักเรียนมุสลิมจำนวนหนึ่งของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ขอแต่งกายตามหลักศาสนา คือ ผู้หญิงให้สวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมผม และผู้ชายให้สวมกางเกงขายาว ซึ่งไม่ตรงกับระเบียบการแต่งกายของโรงเรียน
ปัญหานี้ยืดเยื้อมาตั้งแต่เปิดภาคการศึกษาใหม่ประจำปี 2561 คือราวๆ กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยผู้ปกครองของเด็กนักเรียนมุสลิมกลุ่มนี้อ้างว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 เปิดให้นักเรียนมุสลิมในโรงเรียนของรัฐ รวมทั้งโรงเรียนที่ตั้งอยู่บน "ที่ธรณีสงฆ์" ซึ่งหมายถึง "โรงเรียนวัด" สามารถแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลามได้ตามความสมัครใจ
แต่การเคลื่อนไหวของผู้ปกครองและนักเรียนมุสลิมกลุ่มนี้ ถูกคัดค้านต่อต้านจากผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นคนพุทธ เพราะมองว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียนที่ยึดถือกันมานานกว่า 50 ปี โดยโรงเรียนอนุบาลปัตตานีตั้งอยู่ใน "ที่ธรณีสงฆ์" จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "โรงเรียนวัดนพวงศาราม" มีสัญญาการให้ยืมใช้ที่ดินชัดเจน และในสัญญาก็เขียนมอบอำนาจในการปกครองสอดส่องดูแลโรงเรียน เป็นของเจ้าอาวาสวัดนพวงศาราม / ซึ่งปรากฏว่าทั้งเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันและพระลูกวัด ก็มีท่าทีสอดคล้องกันว่า การแต่งกายของนักเรียนไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหน ต้องแต่งกายเหมือนกันตามรูปแบบที่ทางโรงเรียนกำหนด เพื่อความเท่าเทียม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แบ่งแยกศาสนา ซึ่งระเบียบและข้อตกลงนี้ ผู้ปกครองทุกคนรับทราบเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนนำลูกเข้าเรียนในโรงเรียน
ความเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างผู้ปกครองต่างศาสนา ทำให้เกิดการเผชิญหน้าในโรงเรียน รวมทั้งความไม่พอใจของครูบางส่วน จนปัญหาบานปลาย ต่อมากระทรวงศึกษาธิการจึงตัดสินใจแก้ไขระเบียบฯว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน กำหนดให้นักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใน "ที่ธรณีสงฆ์" ไม่สามารถแต่งกายตามหลักศาสนาเป็นความสมัครใจได้เหมือนระเบียบเดิม / แต่ต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างวัดกับสถานศึกษา / ซึ่งโดยนัยจากระเบียบใหม่นี้ ย่อมหมายความว่านักเรียนมุสลิมของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ไม่สามารถแต่งกายตามหลักศาสนาได้อีกต่อไป หากโรงเรียนและวัดไม่อนุญาต
แม้จะแก้ระเบียบแล้ว แต่ปัญหาก็ยังยืดเยื้อต่อมา เนื่องจากนักเรียนมุสลิมก็ยังแต่งกายแบบเดิม ทำให้ผู้ปกครองของนักเรียนพุทธบางส่วนสนับสนุนให้บุตรหลานแต่งกายด้วยชุดอยู่บ้านไปโรงเรียน จนบรรยากาศตึงเครียดและเกิดการเผชิญหน้าซ้ำอีก แม้จะมีการนัดผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายเข้าหารือเพื่อยุติปัญหา แต่เรื่องก็ไม่จบ
กระทั่งล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดยมอบหมายให้ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แก้ไขปัญหานี้ให้ยุติโดยเร็วที่สุด พร้อมมอบนโยบายให้ยึด "ระเบียบ" เป็นหลัก / โดยทุกคน ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามระเบียบ
หลังจากนายกฯออกมาพูดเรื่องนี้เพียง 3 วัน ก็มีคำสั่งย้าย นายประจักษ์ ชูศรี จากผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ก็ต้องรอดูว่าปัญหานี้จะจบลงอย่างไร