ผลการสุ่มสำรวจความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนผลการสุ่มสำรวจความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในไตรมาสที่สอง ปี 2561 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ ปี 2560 มีแนวโน้มดีขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าการค้ารวมระหว่างประเทศ มูลราคาการลงทุนรวมระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศซึ่งส่งผลให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มสูงขึ้นขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง(อันหนึ่งนั้นในช่วงที่ทำการสำรวจ ยังไม่มีเหตุการณ์อุบัติเหตุทางเรือที่เกิดขึ้นในทะเลของจังหวัดภูเก็ตอย่างไรก็ตามได้มีการประเมินจากผู้วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลระยะสั้นต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเยือนประเทศไทยในขณะที่แนวโน้มนักท่องเที่ยวจากจีนมาเยือนประเทศไทยในระยะยาวยังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง) ส่วนรายได้จากการส่งออกของประเทศไทยนั้นเติบโตไม่ต่างจากสองไตรมาสที่ผ่านมาด้วยอาจจะเกิดมาจากในไตรมาสที่สี่มีการส่งออกที่เพิ่มสูงมากอยู่แล้วหากประมาณการอนาคตอีกหกเดือนถัดไป การสำรวจในไตรมาสที่สี่ปี 2561เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองนั้นพบว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในทุกมิติ และดีขึ้นเมื่อเทียบกับการเปรียบเทียบย้อนหลังสองไตรมาสส่วนรายได้จากการส่งออกของประเทศไทยในปลายปี ณ ไตรมาสที่สี่คาดว่าจะดีกว่าในไตรมาสที่สองซึ่งมีผลทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเติบโตเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย กล่าวโดยสรุปได้ว่าจนกระทั่งถึงสิ้นปีนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนทางด้านเศรษฐกิจนั้นน่าดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลการสุ่มสำรวจสภาวะเศรษฐกิจไทยผลครั้งการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองปี 2561 เทียบกับไตรมาสที่หนึ่งปี 2561กรรมการและสมาชิกหอการค้าไทยจีน และกรรมการสมาพันธ์หอการค้าไทยจีนคาดว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในขณะเดียวกันการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย และการลงทุนของเอกชนในประเทศไทยนั้นยังไม่แตกต่างไปจากไตรมาสที่ผ่านมาแต่ผลการสำรวจได้มีข้อกังวลในส่วนของการบริโภคของภาคเอกชนที่คาดว่ามีอัตราการเติบโตที่ลดลงหากพิจารณารายภาคเศรษฐกิจแล้วกลุ่มนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การป่าไม้ และประมงกลุ่มธุรกิจการขายส่งและขายปลีก กลุ่มธุรกิจที่พักแรมและด้านอาหาร และรวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการอื่นๆคาดว่าในไตรมาสที่สองปี 2561จะมีการหดตัวลงของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีเดียวกันซึ่งจากการสำรวจดังกล่าวสอดคล้องไปกับการคาดการณ์ถึงการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชนซึ่งกลุ่มธุรกิจที่กล่าวมานั้นคาดการณ์ว่า จะชะลอตัวลง และเป็นส่วนที่อธิบายการคาดการณ์การหดตัวลงของเศรษฐกิจในไตรมาสที่สองเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการลงทุนของเอกชนภายในประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออกของไทยยังเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นที่ผ่านมาการสำรวจสภาวะในอนาคต กล่าวคือไตรมาสที่สามปี 2561 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองปี 2561คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย จะเติบโตในอัตราเดียวกันกับไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอัตราการเติบโตนั้นน่าจะมาจาก สองภาคทางเศรษฐกิจ กล่าวคือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและการส่งออกของประเทศไทยการคาดการณ์การบริโภคของภาคเอกชนในประเทศไทยนั้นแม้ว่าจะกระเตื้องขึ้น แต่ก็ยังไม่มากนักสรุปได้ว่าผลการสำรวจไตรมาสที่สามปีนี้ เทียบกับไตรมาสที่สอง ภาพรวมเศรษฐกิจนั้นทรงตัวหากพิจารณารายภาคเศรษฐกิจแล้ว ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกและธุรกิจที่พักแรมและบริการทางด้านอาหารคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามจะดีกว่าไตรมาสที่สอง ขณะเดียวกันธุรกิจการเกษตรธุรกิจการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และธุรกิจบริการอื่นๆ คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาสที่สามจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สอง ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนนั้นหลายภาคส่วนทางเศรษฐกิจคาดว่าการบริโภคของภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้นยกเว้นแต่ธุรกิจที่พักแรมและบริการทางด้านอาหารที่คาดว่าการบริโภคของภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งอาจจะอธิบายพอสังเขปได้ว่าเกิดจากปัจจัยทางฤดูกาลของไตรมาสที่สามที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
ผลการสุ่มสำรวจสภาวะกิจการของผู้ประกอบการ รายภาคการผลิตในการสุ่มสำรวจโดยเปรียบเทียบไตรมาสที่สอง กับไตรมาสที่หนึ่ง ปี 2561 กลุ่มธุรกิจเกษตรกรรมการป่าไม้ และการประมง และกลุ่มธุรกิจภาคบริการอื่นๆ คาดว่าธุรกิจของตนเองนั้นมีแนวโน้มที่จะหดตัวลง ทั้งทางด้านการผลิต และการขายในทางตรงกันข้ามธุรกิจการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มธุรกิจที่พักแรมและบริการทางด้านอาหารคาดว่าการผลิตยอดขายหรือรายรับมีแนวโน้มเพิ่มที่สูงขึ้นส่วนธุรกิจการก่อสร้างคาดการณ์ว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจมากไปกว่าที่ผ่านมาในประเด็นมูลค่าโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และสาธารณูปโภคเมื่อเปรียบเทียบไตรมาสที่สามกับไตรมาสที่สอง หรือกล่าวได้ว่าเป็นการคาดการณ์อนาคตแล้วธุรกิจเกษตรกรรม ป่าไม้และการประมง คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นแต่ยอดขายโดยรวมอาจจะยังไม่เปลี่ยนแปลง กลุ่มธุรกิจผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และธุรกิจการก่อสร้างคาดการณ์ว่ายอดขายราคาจะปรับตัวดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตและการแข่งขันก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย ธุรกิจการค้าส่ง ค้าปลีก คาดว่าธุรกิจของตนเองนั้นน่าจะมีรายรับที่สูงขึ้นเนื่องมาจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการแข่งขันจากคู่แข่งภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นด้วยการสำรวจธุรกิจบริการอื่นๆ คาดการณ์ว่าในไตรมาสที่สาม ยอดการส่งออกน่าจะดีขึ้นและสามารถที่จะปรับค่าบริการให้สูงขึ้นได้ เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น