เนชั่นทีวี

ข่าว

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน

07 ส.ค. 2561 | te

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน

เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ของความจุไปแล้วสำหรับเขื่อน "แก่งกระจาน" เมื่อราวเที่ยวของวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเขื่อนแห่งนี้มีปริมาตรความจุ 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งแปลว่าจากนี้จะไม่สามารถรับน้ำได้อีกแม้แต่ลูกบาศก์เมตรเดียว


แปลความให้ง่ายกว่านั้น หากฝนตกมาเท่าไหร่ก็มีความจำเป็นที่ต้องระบายออกไปเท่านั้น ไม่สามารถกักเก็บหรือชะลอน้ำได้อีกต่อไป แต่คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับเขื่อนแก่งกระจาน ที่ทำให้น้ำเต็มตั้งแต่ยังไม่กลางฤดูฝนดี เพราะจากข้อมูลของ "คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)" ระบุว่ายังเหลืออีก 87 วัน จึงจะหมดฤดูฝน



และภาวะ "น้ำเต็มเขื่อน" นั้นถือว่าเป็นภาวะวิกฤติอย่างยิ่ง จึงเกิดคำถามว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัย หรือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เราจึงจะยกสถิติแต่ละปีของน้ำในเขื่อนมาให้ดูและอาจจะมีคำตอบสำหรับภาวะวิกฤติครั้งนี้ ที่เล่นเอา "คนเมืองเพชรฯ" นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน


หากเทียบสถิติย้อนหลังของ "เขื่อนแก่งกระจาน" ณ วันที่ 6 สิงหาคม จะพบว่าเป็นสถิติที่น้ำที่มีปริมาณมากที่สุด โดยเฉพาะ 10 ปีย้อนหลัง โดยมี 2551 มีปริมาณน้ำ 80%, 2552 มีปริมาณน้ำ 69%, 2553 มีปริมาณน้ำ 28%, 2554 มีปริมาณน้ำ 57%, 2555 มีปริมาณน้ำ 55%, 2556 มีปริมาณน้ำ 47%, 2557 มีปริมาณน้ำ 45%, 2558 มีปริมาณน้ำ 41%, 2559 มีปริมาณน้ำ 29%, 2560 มีปริมาณน้ำ 48% และปี 2561 มีปริมาณน้ำ 100%



ไม่นับปี 2551-2552 ต้องถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำน้อยด้วยซ้ำไป และจากนี้จะเป็นช่วงที่น้ำไหลเข้าเขื่อนมาก หากเทียบสถิติตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม จนถึงปลายเดือนตุลาคม น้ำจะมากขึ้นเรื่อยๆ และกว่าจะลดระดับลงจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน



และเมื่อเทียบสถิติแล้วจะพบว่าช่วงปี 2557-2560 หรือตลอด 5 ปีที่ผ่านมา น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ติดอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยโดย ถ้าดูจาก ณ ปลายเดือนสิงหาคม ของตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ไม่มีปีไหนที่น้ำเกินกว่า 50% โดยปี 2557 มีน้ำ 45% ปี 2558 มีน้ำ 42% ปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยประสบภาวะภัยแล้ง ปลายเดือนสิงหาคม เขื่อนแห่งนี้มีน้ำ 26% และปี 2560 มีน้ำ 47%



หรือหากย้อนไปถึงปี 2554 ที่ว่ากันว่าน้ำมาก ครั้งนั้นปลายสิงหาคม ก็มีน้ำเพียง 64%



ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าหน่วยงานจัดการน้ำกำลังอ่านแผนกักเก็บน้ำ โดยดูจากสถิติที่ผ่านมาว่าเขื่อนแห่งนี้มักประสบปัญหาน้ำน้อย จึงต้องการที่จะกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ และจะเห็นว่าหากนับช่วงปลายพฤษภาคม ที่เป็นช่วงปลายฤดูแล้งและกำลังจะเริ่มฤดูฝน น้ำต้นทุนที่เหลืออยู่ตั้งแต่ปี 2557 มี 37% ปี 2558 มี 41% ปี 2559 มี 29% ปี 2560 มี 42% และปี 2561 มี 43%

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน



ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างกันมาก จะมีในปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่แล้งจะมีน้ำน้อยกว่าปกติ


แต่ดูเหมือนว่าช่วงปลายเดือนมิถุนายน ของปีนี้ จะกักเก็บน้ำเอาไว้มากจนน่าสังเกต โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีน้ำอยู่ 50% ขณะที่ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2560-2557 จะพบว่ามีน้ำ 41%, 27%, 39%, 37% ตามลำดับ จึงถือได้ว่าปีนี้เขื่อนแก่งกระจานกักเก็บน้ำมากกว่าปกติถึง 10%

และจะพบว่าในเดือนกรกฎาคมของปีนี้มีน้ำเพิ่มเข้ามาในเขื่อนถึง 41% เพิ่มเป็น 91% ของปริมาณกักเก็บเขื่อน โดยในปีอื่นเช่น 2557 ช่วงเดือนเดียวกันมีน้ำเพิ่มเพียง 8% ปี 2558 มีน้ำเพิ่ม 3% ปี 2559 มีน้ำเพิ่ม 3% ปี 2560 มีน้ำเพิ่ม 5% เท่านั้น

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน


ทั้งนี้ หากเจาะในเดือนกรกฎาคม จะพบว่าน้ำที่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ คือระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม โดยวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 มีปริมาณน้ำในเขื่อน 60% แต่ในวันที่ 20 กรกฎาคม มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มเป็น 82% เพิ่มถึง 22% ในวันเดียวเท่านั้น



ในวันที่น้ำเพิ่มอย่างมากเป็นช่วงวันที่พายุโซนร้อน "เซินติญ" พัดเข้าประเทศไทยนั่นเอง



จากวันนี้คาดว่าจะมีน้ำจำนวนมากที่ล้นจากสปิลล์เวย์ จากการเปิดเผยของ "พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลการบริหารจัดการน้ำ ระบุว่า จะมีปริมาณน้ำที่ระบายออก 90 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที และปริมาณสูงสุดที่จะออกจากแก่งกระจานอยู่ที่ 240-250 ลบ.ม.ต่อวินาที น้ำที่ลงสู่เขื่อนเพชรจะเหลือ 160 ลบ.ม.ต่อวินาที จะลดผลกระทบได้พอสมควร ซึ่งน้ำที่เข้าตัวเมืองอาจมีแค่ 50 ซม. ไม่ได้สูงขึ้นเป็นเมตร อย่างที่ระบุ

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนกังวลคือ ฝนที่จะเริ่มตกหนักขึ้น อาจทำให้ต้องระบายน้ำมากขึ้นและอาจจะเกินกว่าที่กำหนดไว้ 90 ลบ.ม.ต่อวินาที อีกทั้งระบบระบายน้ำของ จ.เพชรบุรี ยังมีปัญหาเนื่องจากผังเมืองมีปัญหา การขยายตัวของเมืองขวางทางน้ำที่จะระบายลงทะเล ซึ่งอาจทำให้ประสบปัญหาได้



โดยสิ่งที่หลายคนหวั่นคือน้ำจะขังอยู่ในเมืองเป็นเวลานาน โดยปีที่แล้วขังอยู่ในตัวเมืองกว่า 1 สัปดาห์ และในปีนี้ทุกคนต่างก็เตรียมรับมือน้ำท่วมกันเรียบร้อยแล้ว



นอกจาก "เขื่อนแก่งกระจาน" ที่มีน้ำมากกว่าปกติ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ฝั่งตะวันตกจะไม่เป็นใจเท่าไหร่ โดยอีกสองเขื่อนที่อยู่ จ.กาญจนบุรี ก็อยู่ในเกณฑ์ที่น้ำมาก โดย ณ วันที่ 6 สิงหาคม "เขื่อนศรีนครินทร์" มีปริมาณน้ำ 86% และ เขื่อนวชิราลงกรณ อยู่ที่ 84%

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน



ทั้งนี้ หากดูสถิติ 10 ปี ให้หลังก็พบว่าปีนี้ทั้งสองเขื่อนมีน้ำมากเป็นประวัติการณ์ โดย "เขื่อนศรีนครินทร์" ปี 2551 มี 23%, ปี 2552 มี 81%, ปี 2553 มี 73%, ปี 2554 มี 75%, ปี 2555 มี 74%, ปี 2556 มี 73%, ปี 2557 มี 71%, ปี 2558 มี 68%, ปี 2559 มี 65%, ปี 2560 มี 74%



สำหรับเขื่อนศรีนครินทร์มีความจุ 17,745 ล้าน ลบ.ม. และขณะนี้ระบายน้ำวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.



ขณะที่ "เขื่อนวชิราลงกรณ" มีปริมาณน้ำ 10 ปีให้หลัง ณ วันที่ 6 สิงหาคม ดังนี้ 2551 มี 62%, 2552 มี 75%, 2553 มี 40%, 2554 มี 66%, 2555 มี 68%, 2556 มี 64%, 2557 มี 48%, 2558 มี 49%, 2559 มี 44% และ 2560 มี 62%



ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณมีความจุ 8860 ล้าน ลบ.ม.

อ่านสถิติ หาคำตอบ ทำไม"น้ำเต็มเขื่อน" ตั้งแต่ก่อนกลางฝน


อย่างไรก็ตามปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มกักเก็บน้ำ จากสถิติ 5 ปีย้อนหลัง ของเขื่อนศรีนครินทร์พบว่า ปีนี้ (2561) ถือว่ามีน้ำสูงที่สุดคือ 81% ขณะที่ปี 2560 มี 71% ปี 2559 มี 65% ปี 2558 มี 68% และปี 2557 มี 71%



สำหรับสถิติปลายเดือนมิถุนายน ของเขื่อนวชิราลงกรณนั้น ปี 2561 มี 59% ปี 2560 มี 47% ปี 2559 มี 40% ปี 2558 มี 43% ปี 2557 มี 44%



ล่าสุดเขื่อนวชิราลงกรณระบายน้ำวันละ 43 ล้าน ลบ.ม.



ด้านภาคอีสานดูเหมือนว่าจะมีเขื่อนที่มีปัญหาเพียงเขื่อนเดียวคือ เขื่อนน้ำอูน ที่มีปริมาณน้ำเกิน 100% โดยสถิติ ณ วันที่ 6 สิงหาคม มีน้ำที่ 101% ซึ่งพบว่าเขื่อนน้ำอูนมีปริมาณน้ำมากผิดสังเกต ในสองปีหลังโดยปี 2560 มี 124% ส่วนก่อนหน้านี้จะมีปริมาณน้ำไม่แน่นอน มากบ้างน้อยบ้างตามรายปี โดยปี 2559 มี 33% ปี 2558 มี 41% ปี 2557 มี 75% ปี 2556 มี 68% ปี 2555 มี 54% ปี 2554 มี 59% ปี 2553 มี 25% ปี 2552 มี 39% และปี 2551 มี 32%



โดยเขื่อนน้ำอูนมีปริมาณความจุ 520 ล้าน ลบ.ม.

ข่าวล่าสุด