จ่อออกหมายจับโจรหนุ่ม วิ่งราวทองคำหนัก 10 บาท กลางห้างดัง
28 ก.ค. 2561 | te

ตร.จ่อออกหมายจับโจรหนุ่มวิ่งราวทองคำหนัก10บาท กลางห้างมาบุญครอง คาด!!วันนี้รวบรวมหลักฐานเเล้วเสร็จ เผย!!กล้องวงจรปิดชี้คนร้ายมีท่าทางตุ้งติ้ง เรียกสอบพนง.ร้านเพิ่ม
ข่าว
28 ก.ค. 2561 | te

ตร.จ่อออกหมายจับโจรหนุ่มวิ่งราวทองคำหนัก10บาท กลางห้างมาบุญครอง คาด!!วันนี้รวบรวมหลักฐานเเล้วเสร็จ เผย!!กล้องวงจรปิดชี้คนร้ายมีท่าทางตุ้งติ้ง เรียกสอบพนง.ร้านเพิ่ม
กรณีมีคนร้าย เป็นชายหน้าตาดี อายุ 25-30 ปี ผิวขาว สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ก่อเหตุชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 2 เส้น มูลค่าประมาณ 210,900 บาท จากในร้านทองแห่งหนึ่งบนห้างมาบุญครอง เขตพญาไท ท้องที่ สน.ปทุมวัน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพใบหน้าและเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายเอาไว้ได้ชัดเจนนั้น
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก. สน.ปทุมวัน เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างลงพื้นที่หาเบาะแสเกี่ยวกับตัวคนร้าย ซึ่งตนสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไปขออำนาจศาลออกหมายจับบุคคลตามภาพในข้อหา วิ่งราวทรัพย์ คาดว่าภายในวันนี้จะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดทราบข่าวและรู้จักกับบุคคลต้องสงสัยตามภาพ ก็ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่ สน.ปทุมวัน ด้วย เพื่อช่วยนำตัวผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็วที่สุด
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้างและตามเส้นทางการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ พบว่าคนร้ายรายนี้มีลักษณะท่าทางการเดิน การยืน ออกไปทางชายตุ้งติ้ง โดยหลังลงมือก่อเหตุใช้เส้นทางหลบหนีไปทางหอศิลป์ มุ่งหน้าสะพานหัวช้าง อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมว่ามุ่งหน้าต่อไปทิศทางใด เนื่องจากช่วงนี้เป็นวันหยุดยาว บริษัทเอกชนส่วนใหญ่จะปิด ทำการจึงได้แต่ประสานขอดูกล้องของ กทม.เป็นหลัก
ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวนก็กำลังติดตามตัวพนักงานในร้านทุกรายมาให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากตามกฎของร้านทองดังกล่าวมีข้อกำหนดว่า ลูกค้าจะสามารถพิจารณาตัวสินค้าก่อนเลือกซื้อได้เพียงคราวละ 1 รายการเท่านั้น จะไม่อนุญาตให้พนักงานหยิบสินค้าให้ลูกค้าดูทีละหลายๆ รายการ แต่ขณะเกิดเหตุสร้อยทองรูปพรรณหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น กลับไปอยู่ในมือคนร้ายจนถูกวิ่งราวเอาไป ซึ่งหากมีพนักงานรายใดมีส่วนรู้เห็นกับคนร้ายก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นกัน