รายงานข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ ได้ให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ทางการของไทย โดยผ่านนายหน้ารายหนึ่ง เป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านเยน หรือราว 20 ล้านบาท โดยการสืบสวนภายในของบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเทมส์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทประพฤติผิดจริง และได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวน และตามกฎหมายของญี่ปุ่น กรณีนี้มีโทษปรับสูงสุดถึง 300 ล้านเยน สำหรับบริษัท และพนักงานที่กระทำผิดมีโทษจำคุก 5 ปีหรือปรับ 5 ล้านเยน
ทั้งนี้ตามกฎหมายญี่ปุ่นระบุว่าหากทางบริษัทจะให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวน ก็สามารถแลกกับการที่ทางบริษัทจะไม่ถูกดำเนินคดีหรือลดโทษได้
อย่างไรก็ตามรายงานข่าวยังไม่ระบุชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของไทยที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้รับสินบนเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานไหน แต่จากการประมวลของคำเปิดเผยจากผู้ที่เกี่ยวข้องทำให้เราเริ่มปะติดปะต่อภาพได้
เมื่อเป็นข่าวเจ้าหน้าที่ของไทยก็ยังไม่ให้รายละเอียดที่ชัดเจนหากแต่เพียงบอกว่าขอเวลาตรวจสอบ โดย "ศิริ จิระพงษ์พันธ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าของไทย แต่เป็นขั้นตอนการนำเข้าอุปกรณ์บางอย่าง และขอเวลาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่นำเข้าเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือไม่ และโรงไฟฟ้าที่กล่าวอ้างอยู่ในภาคใต้ที่ทำสัญญาเมื่อ ส.ค. 2556 หรือไม่
ขณะที่ วิฑูร กุลเจริญวิรัตน์" อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด (มหาชน) หรือ "เอ็กโก" ก็ได้สั่งให้ตรวจสอบว่าเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอมหรือไม่ และพร้อมลงโทษหากมีเจ้าหน้าที่รับสินบนจริง
ด้าาน "เอ็กโก" และ "กัลฟ์ เอเนอร์จี ดีวีลอปเมนท์จำกัด (มหาชน)" สองบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ต่างก็ออกมาปฏิเสธ แต่ทางเอ็กโก โดย "จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่เอ็กโก ระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่าการสอบสวนของญี่ปุ่น เป็นการสอบสวนการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐของไทยสำหรับการใช้ท่าเรือเพื่อขนส่งอุปกรณ์โครงการโรงไฟฟ้าขนอมหน่วยที่ 4 ซึ่งบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ดังนั้นนายทีนี้เรื่องจึงถูกโยนไปที่กรมเจ้าท่า ในฐานะควบคุมท่าเรือ ซึ่ง "จิรุตม์ วิศาลจิตร" อธิบดีกรมเจ้าท่ายอมรับว่าเคยมีการติดต่อขอข้อมูลโดย ป.ป.ช. และหากผลสอบเป็นอย่างไรก็พร้อมจะดำเนินการ แต่ทิ้งท้ายว่าขณะนี้ท่าเรือทีถูกระบุเป็นของเอกชน
ทำให้ขณะนี้เรื่องดูเหมือนจะตกลงไปที่ "กรมเจ้าท่า" และถูกระบุว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4
ทั้งนี้จากข้อมูลระบุว่าโรงไฟฟ้าขนอมหน่วยที่ 4 เป็นของบริษัทผลิตไฟฟ้าขนอม ที่เป็นบริษัทย่อยของ เอ็กโก ที่ถือหุ้นอยู่ 99%
เมื่อตรวจสอบช่วงเวลาดังกล่าวจะพบว่าในส่วนของรัฐบาล เป็นช่วงของ รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคือ "พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล" สำหรับกรมเจ้าท่าขณะนั้นมีอธิบดีชื่อ "ศรศักดิ์ แสนสมบัติ" มีปลัดกระทรวงคมนามคมคือ "พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชื่อ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์"
ซึ่งหลายคนคงลุ้นว่า พอถึงเวลาเราจะสามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ของเราได้ในระดับไหน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตั้งเรื่องสืบสวนการทุจริต รับสินบนของเจ้าหน้าที่ไทยจากต่างประเทศ
คดีที่รู้จักและจำกันได้ดีคือ คดีทุจริตรับสินบนการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ "บางกอกฟิล์ม เฟสติวัล" โดยเรื่องราวเริ่มขึ้นจาก การคัดเลือกผู้จัดงานใช้การจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ แทนที่จะเป็นการประกวดราคา โดยในช่วงนัน (2546-2549) มีผู้ว่การการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ชื่อ "จุฑามาศ ศิริวรรณ" เป็นผู้รับผิดชอบโดยเมื่อปี 2553 ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสินว่าสองผู้บริหารบริษัทภาพยนตร์ชาวอเมริกัน ได้จ่ายสินบนให้แก่ "จุฑามาศ"เพื่อให้จ้างบริษัทของตนเป็นผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ผ่านการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ รวมกว่า 65 ล้านบาทและมีการระบุว่าโอนทรัพย์สินผ่าน น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว
ทางการไทยจึงเข้ามาตรวจสอบ และคดีนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อปี 2560 ให้จำคุก "จุฑามาศ" 66 ปี และจำคุก "จิตติโสภา" 44 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์และทั้งสองก็กำลังถูกคุมขัง
นอกจากนี้ยังมีคดี "สินบนโรลซ์รอยส์" ที่สำนักสืบสวนการฉ้อฉลรุนแรงแห่งสหราชอาณาจักร (Serious Fraud Office - SFO) แสดงข้อมูลการจ่ายสินบนของบริษัทโรลส์-รอยซ์ เพื่อการขายเครื่องยนต์ ใน 7 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวโรลซ์รอยส์ต้องจ่ายค่ายอมความ 2.8 หมื่นล้านบาทกับทางการอังกฤษ
โดยมีการระบุว่าจ่ายสินบนผ่านนายหน้าให้เจ้าหน้าที่ไทย 3 ครั้ง ช่วงปี 2535 , 2540 และ 2548 นอกจากนี้ยังมีการจ่ายสินบน 385 ล้านบาทช่วยให้ชนะการประมูล 6 โครงการของ ปตท. ตั้งแต่ปี 2547-2556 โดยเรื่องดังกล่าวถูกเปิดโปงเมื่อต้นปี 2560
แต่จนถึงขณะนี้ในส่วนของ ป.ป.ช. เรื่องยังไม่เพียงอยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวนเท่านั้น
และอีกเรื่องฉาวคือเรื่อง "เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT-200" โดยในประเทศอังกฤษได้ตัดสินจำคุกนายแกรี โบลตัน เจ้าของบริษัทผู้ผลิต GT 200 ในความผิดฉ้อโกงเป็นเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2556 ส่วนในไทย ป.ป.ช. เพิ่งใชี้มูลความผิดการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด alpha 6 ซึ่งเป็นเครื่องพี่น้องกับ GT200 ไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยชี้มูลเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น ส่วนสำนวนระดับผู้บริหารยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
ครั้งนี้มาดูกันว่่าเมื่อ "ญี่ปุ่น" จับได้ไทยจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป