เนชั่นทีวี

ข่าว

อีกครั้ง "สินบนข้ามชาติ"!! "ญี่ปุ่น" จับ สะเทือน "ไทย"

19 ก.ค. 2561 | te

อีกครั้ง "สินบนข้ามชาติ"!! "ญี่ปุ่น" จับ สะเทือน "ไทย"

เป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อสื่อของญี่ปุ่นออกมาเปิดเผยว่า สำนักงานสืบสวนพิเศษของอัยการกรุงโตเกียวกำลังสืบสวนบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ หรือ MHPS ในข้อหาละเมิดกฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม โดยทางบริษัทได้จ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศไทย เพื่อแลกกับการชนะประมูลโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนในประเทศไทย เป็นจำนวน 60 ล้านเยน หรือประมาณ 20 ล้านบาท โดยบริษัทบริษัทมิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสตรี ชนะการประมูลโครงการสร้างโรงไฟฟ้าในไทยเมื่อปี 2556 และถูกควบรวมเป็นบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ ในเวลาต่อมา

รายงานข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ ได้ให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ทางการของไทย โดยผ่านนายหน้ารายหนึ่ง เป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านเยน หรือราว 20 ล้านบาท โดยการสืบสวนภายในของบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเทมส์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทประพฤติผิดจริง และได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวน และตามกฎหมายของญี่ปุ่น กรณีนี้มีโทษปรับสูงสุดถึง 300 ล้านเยน สำหรับบริษัท และพนักงานที่กระทำผิดมีโทษจำคุก 5 ปีหรือปรับ 5 ล้านเยน


ทั้งนี้ตามกฎหมายญี่ปุ่นระบุว่าหากทางบริษัทจะให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวน ก็สามารถแลกกับการที่ทางบริษัทจะไม่ถูกดำเนินคดีหรือลดโทษได้


อย่างไรก็ตามรายงานข่าวยังไม่ระบุชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของไทยที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้รับสินบนเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานไหน แต่จากการประมวลของคำเปิดเผยจากผู้ที่เกี่ยวข้องทำให้เราเริ่มปะติดปะต่อภาพได้


เมื่อเป็นข่าวเจ้าหน้าที่ของไทยก็ยังไม่ให้รายละเอียดที่ชัดเจนหากแต่เพียงบอกว่าขอเวลาตรวจสอบ โดย "ศิริ จิระพงษ์พันธ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าของไทย แต่เป็นขั้นตอนการนำเข้าอุปกรณ์บางอย่าง และขอเวลาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่นำเข้าเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือไม่ และโรงไฟฟ้าที่กล่าวอ้างอยู่ในภาคใต้ที่ทำสัญญาเมื่อ ส.ค. 2556 หรือไม่


ขณะที่ วิฑูร กุลเจริญวิรัตน์" อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด (มหาชน) หรือ "เอ็กโก" ก็ได้สั่งให้ตรวจสอบว่าเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอมหรือไม่ และพร้อมลงโทษหากมีเจ้าหน้าที่รับสินบนจริง


ด้าาน "เอ็กโก" และ "กัลฟ์ เอเนอร์จี ดีวีลอปเมนท์จำกัด (มหาชน)" สองบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ต่างก็ออกมาปฏิเสธ แต่ทางเอ็กโก โดย "จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่เอ็กโก ระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่าการสอบสวนของญี่ปุ่น เป็นการสอบสวนการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐของไทยสำหรับการใช้ท่าเรือเพื่อขนส่งอุปกรณ์โครงการโรงไฟฟ้าขนอมหน่วยที่ 4 ซึ่งบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


ดังนั้นนายทีนี้เรื่องจึงถูกโยนไปที่กรมเจ้าท่า ในฐานะควบคุมท่าเรือ ซึ่ง "จิรุตม์ วิศาลจิตร" อธิบดีกรมเจ้าท่ายอมรับว่าเคยมีการติดต่อขอข้อมูลโดย ป.ป.ช. และหากผลสอบเป็นอย่างไรก็พร้อมจะดำเนินการ แต่ทิ้งท้ายว่าขณะนี้ท่าเรือทีถูกระบุเป็นของเอกชน


ทำให้ขณะนี้เรื่องดูเหมือนจะตกลงไปที่ "กรมเจ้าท่า" และถูกระบุว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4


ทั้งนี้จากข้อมูลระบุว่าโรงไฟฟ้าขนอมหน่วยที่ 4 เป็นของบริษัทผลิตไฟฟ้าขนอม ที่เป็นบริษัทย่อยของ เอ็กโก ที่ถือหุ้นอยู่ 99%


เมื่อตรวจสอบช่วงเวลาดังกล่าวจะพบว่าในส่วนของรัฐบาล เป็นช่วงของ รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคือ "พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล" สำหรับกรมเจ้าท่าขณะนั้นมีอธิบดีชื่อ "ศรศักดิ์ แสนสมบัติ" มีปลัดกระทรวงคมนามคมคือ "พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชื่อ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์"


ซึ่งหลายคนคงลุ้นว่า พอถึงเวลาเราจะสามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ของเราได้ในระดับไหน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตั้งเรื่องสืบสวนการทุจริต รับสินบนของเจ้าหน้าที่ไทยจากต่างประเทศ


คดีที่รู้จักและจำกันได้ดีคือ คดีทุจริตรับสินบนการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ "บางกอกฟิล์ม เฟสติวัล" โดยเรื่องราวเริ่มขึ้นจาก การคัดเลือกผู้จัดงานใช้การจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ แทนที่จะเป็นการประกวดราคา โดยในช่วงนัน (2546-2549) มีผู้ว่การการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ชื่อ "จุฑามาศ ศิริวรรณ" เป็นผู้รับผิดชอบโดยเมื่อปี 2553 ศาลแคลิฟอร์เนียตัดสินว่าสองผู้บริหารบริษัทภาพยนตร์ชาวอเมริกัน ได้จ่ายสินบนให้แก่ "จุฑามาศ"เพื่อให้จ้างบริษัทของตนเป็นผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ผ่านการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ รวมกว่า 65 ล้านบาทและมีการระบุว่าโอนทรัพย์สินผ่าน น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว


ทางการไทยจึงเข้ามาตรวจสอบ และคดีนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อปี 2560 ให้จำคุก "จุฑามาศ" 66 ปี และจำคุก "จิตติโสภา" 44 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์และทั้งสองก็กำลังถูกคุมขัง


นอกจากนี้ยังมีคดี "สินบนโรลซ์รอยส์" ที่สำนักสืบสวนการฉ้อฉลรุนแรงแห่งสหราชอาณาจักร (Serious Fraud Office - SFO) แสดงข้อมูลการจ่ายสินบนของบริษัทโรลส์-รอยซ์ เพื่อการขายเครื่องยนต์ ใน 7 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวโรลซ์รอยส์ต้องจ่ายค่ายอมความ 2.8 หมื่นล้านบาทกับทางการอังกฤษ


โดยมีการระบุว่าจ่ายสินบนผ่านนายหน้าให้เจ้าหน้าที่ไทย 3 ครั้ง ช่วงปี 2535 , 2540 และ 2548 นอกจากนี้ยังมีการจ่ายสินบน 385 ล้านบาทช่วยให้ชนะการประมูล 6 โครงการของ ปตท. ตั้งแต่ปี 2547-2556 โดยเรื่องดังกล่าวถูกเปิดโปงเมื่อต้นปี 2560


แต่จนถึงขณะนี้ในส่วนของ ป.ป.ช. เรื่องยังไม่เพียงอยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวนเท่านั้น


และอีกเรื่องฉาวคือเรื่อง "เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT-200" โดยในประเทศอังกฤษได้ตัดสินจำคุกนายแกรี โบลตัน เจ้าของบริษัทผู้ผลิต GT 200 ในความผิดฉ้อโกงเป็นเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2556 ส่วนในไทย ป.ป.ช. เพิ่งใชี้มูลความผิดการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด alpha 6 ซึ่งเป็นเครื่องพี่น้องกับ GT200 ไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยชี้มูลเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น ส่วนสำนวนระดับผู้บริหารยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด


ครั้งนี้มาดูกันว่่าเมื่อ "ญี่ปุ่น" จับได้ไทยจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป

ข่าวล่าสุด