เนชั่นทีวี

ข่าว

ครูประถมสมุทรสงครามแนะ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" นำมาใช้แก้ปัญหาหนี้สินครูได้‏

18 ก.ค. 2561 | thasong

ครูประถมสมุทรสงครามแนะ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" นำมาใช้แก้ปัญหาหนี้สินครูได้‏

เสียงสะท้อนจากครูชั้นประถมดีเด่น เงินเดือนเริ่มต้นแค่ 5 พันกว่าบาท เมื่อ 24 ปีที่แล้ว แนะเพื่อนครูนำ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ของในหลวง ร.9 มาใช้แก้ปัญหาหนี้สินครูได้

นางพัชรี กล้ายประยงค์ ครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอนุบาลสมุทรสงคราม ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งได้รับ รางวัลครูดีในดวงใจประจำปี พ.ศ.2558 และ 2559 รวมทั้งเคยได้รับรางวัลต่างๆรวม 17 รางวัล ซึ่งปัจจุบันอายุ 46 ปี อาศัยที่บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ 2 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม กับสามีคือนายสัมพันธ์ กล้ายประยงค์ อายุ 62 ปี อดีตครูบ้านคลองสมบูรณ์ ยึดหลัก เศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต ทำให้ไม่มีหนี้สิน และมีความสุขกับการจัดการเรียนการสอนตลอด 24 ปี ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กได้ ต้องปฏิบัติตนให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และเหมาะสม

ครูประถมสมุทรสงครามแนะ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" นำมาใช้แก้ปัญหาหนี้สินครูได้‏




ซึ่งการที่จะสอนเด็กได้จะต้องมีการวางแผนการสอน โดยในขณะที่เรามีความสุขในชีวิตประจำวันจะทำให้เราออกแบบการเรียนการสอนทั้งใบงานและเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงไหนที่เด็กไม่เข้าใจ ก็จะอธิบายให้เด็กจนเข้าใจ ซึ่งผลของการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงประสบความสำเร็จหลายส่วน เมื่อเราประสบความสำเร็จมีความสุขในชีวิต ตนก็ส่งต่อโดยการสอนเด็กให้มีความสุขในการเรียน ให้มีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ก็จะสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมปลูกไปตลอดเวลา เหมือนกับการดำเนินชีวิตของตนเอง

ครูประถมสมุทรสงครามแนะ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" นำมาใช้แก้ปัญหาหนี้สินครูได้‏


นางพัชรีกล่าวว่าตนรับราชการครูมาตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งจะครบ 24 ปีในปีนี้ โดยหลักในการดำรงชีวิตโดยใช้หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงเช่นการบันทึกรายรับรายจ่าย ใช้จ่ายให้เพียงพอกับชีวิตประจำวัน และใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ปลูกผลไม้,พืชผักสวนครัว เพื่อรับประทานในครัวเรือน เมื่อเหลือก็นำไปจำหน่ายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะบัญชีรายรับรายจ่ายตนจดบันทึกในสมุด 3 เล่ม ตั้งแต่เริ่มบรรจุเข้ารับราชการตั้งแต่ปี 2537

ครูประถมสมุทรสงครามแนะ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" นำมาใช้แก้ปัญหาหนี้สินครูได้‏



ซึ่งขณะนั้นตนมีเงินเดือน 5,560 บาท โดยเล่มแรกจะทำให้ตนทราบว่ามีรายรับเท่าไหร่และเงินที่โดนหักเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่เงินเดือนเท่าไหร่, ส่วนเล่มที่ 2 จะจดเหมือนบัญชีธนาคารว่า เงินในบัญชีตนเบิกมาเท่าไหร่, ส่วนเล่มที่ 3 จะควบคุมการใช้จ่ายรายวัน จะทราบว่าเงินที่ตนเบิกธนาคารมาใช้อะไรบ้างในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้ตนสามารถทราบว่าในแต่ละวันจะมีเงินที่ใช้จ่ายเท่าใด โดยทั้ง 3 เล่ม ตนจดบันทึกมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ตนรู้ว่ามีเงินเพียงพอที่จะใช้ในอนาคตหรือไม่ หากต้องการอะไรที่เกินตัวก็จะงดเว้น ไม่ฟุ่มเฟือยกับสิ่งเหล่านั้น และใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจไม่เป็นหนี้ ไม่เครียด

ส่วนปัญหาหนี้สินครูตนมองว่าปัญหาครูเป็นเรื่องของตัวบุคคล ตนจึงฝากเพื่อครูทุกคนว่าครูต้องรู้จักดำรงตนในอาชีพครูด้วยการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะช่วยให้ครูทุกคนไม่เป็นหนี้สิน และยังสามารถนำไปสั่งสอนเด็กนักเรียนได้เป็นคนดีดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขอีกด้วย คิวภาพ

ข่าวล่าสุด