คุกสูงสุด 275 ปี !! ใช้ชื่อ-รูป "บิ๊กตู่" ลงทะเบียนซิม
13 ก.ค. 2561 | te

ปอท. จับหนุ่มมือดีใช้ชื่อ-รูป "นายกฯ" ลงทะเบียนซิมการ์ด 55 หมายเลข ขายชาวต่างชาติ "บิ๊กตู่" สั่งดำเนินการเด็ดขาด ชี้ โทษต่างกรรมต่างวาระ จำคุกสูงสุด 275 ปี
ข่าว
13 ก.ค. 2561 | te

ปอท. จับหนุ่มมือดีใช้ชื่อ-รูป "นายกฯ" ลงทะเบียนซิมการ์ด 55 หมายเลข ขายชาวต่างชาติ "บิ๊กตู่" สั่งดำเนินการเด็ดขาด ชี้ โทษต่างกรรมต่างวาระ จำคุกสูงสุด 275 ปี
พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจ ปอท. ได้รับแจ้งจากบริษัท เรียล มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายทรูมูฟว่าตรวจสอบพบความผิดปกติในการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงิน โดยพบว่าในช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค. 61 มีการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์โดยใช้รูปภาพบัตรประชาชนและรูปหน้าตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำนวน 55 หมายเลข ซึ่งอาจมีการนำหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดอื่นๆ ได้ ทาง กก.1 บก.ปอท. จึงได้ทำการประสานข้อมูลไปยัง กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย และได้สืบสวนจนทราบรายละเอียดว่ามีการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์จำนวน 55 หมายเลข ผ่านรหัสตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ของบริษัท เรียล มูฟ จำนวน 3 รหัส ซึ่งเป็นของ นายพีระเมศร์ วงศ์ทองเกื้อ 1 รหัส และของตัวแทนจำหน่ายรายอื่นอีก 2 รหัส แต่จากการตรวจสอบหมายเลขที่ใช้ในการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน พบว่า จาก 55 หมายเลข มีจำนวน 53 หมายเลขที่ลงทะเบียนจากโทรศัพท์มือถือของนายพีระเมศร์ภายในร้านโทรศัพท์ ชาน โมบาย ตั้งอยู่ที่ห้างดังในเมืองพัทยา ซึ่งมีนายพีระเมศร์เป็นเจ้าของ ส่วนอีก 2 หมายเลข ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงน่าเชื่อว่านายพีระเมศร์เป็นผู้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือโดยใช้ ยูสเซอร์เนม (Username) และ พาสเวิร์ด (Password) ของตัวแทนจำหน่ายรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ และศาลได้อนุมัติตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1382/2561 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 61
ต่อมาวันที่ 11 ก.ค. เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. และ บก.ป. จึงได้เดินทางไปที่ร้าน ชาน โมบาย ในห้างดังเมืองพัทยา เมื่อไปถึงบริเวณหน้าร้านพบนายพีระเมศร์ยืนอยู่ที่ร้านดังกล่าว พ.ต.ต.วาทิต จิตรจันทึก สว.กก.1 บก.ปอท. และ ร.ต.อ.เอนก โชติพรหม รอง สว.กก.1 บก.ปอท. จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงหมายจับ
พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำนายพีระเมศร์ เบื้องต้น รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์จำนวน 55 หมายเลข โดยใช้ชื่อนายกรัฐมนตรีจริง ส่วนสาเหตุที่ใช้รูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการลงทะเบียน เป็นเพราะในตอนแรกที่ตนใช้รูปลูกค้าลงทะเบียนพบว่าลงทะเบียนไม่ได้หลายครั้ง จึงคิดอยากทดลองใช้รูปคนดังในการลงทะเบียนซิมแทนการใช้รูปลูกค้า ส่วนเมื่อลงทะเบียนได้แล้วก็จะนำซิมไปจำหน่ายให้กับลูกค้าซึ่งส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ ราคาซิมละ 250 บาท ตำรวจแจ้งข้อหา ฐานเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดทางอาญา โดยผู้ต้องหารายนี้จะต้องรับโทษต่างกรรมต่างวาระกระทงละ 5 ปี ซึ่งอาจจะถูกจำคุกสูงสุดถึง 275 ปี
พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวระบุด้วยว่า การตรวจสอบจากทาง กสทช. และเจ้าของเครือข่าย ยังไม่พบว่าผู้ต้องหามีการนำซิมการ์ดดังกล่าวไปใช้ก่อการร้ายหรือหวังผลทางการเมือง และนายกรัฐมนตรียังกำชับให้ดำเนินการเด็ดขาดกับผู้ต้องหารายดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน
นางจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม (กสทช.) ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากแอปพลิเคชันของ กสทช. ที่เพิ่งถูกนำมาใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยี แต่หลังจากนี้ก็จะต้องมีการประชุมกับตัวแทนเครือข่าย และตัวแทนจัดจำหน่าย เพื่อแก้ไขปัญหาอีกครั้ง
จากกรณีดังกล่าว บก.ปอท. จึงขอแจ้งเตือนประชาชนรวมถึงตัวแทนจำหน่ายของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หากนำยูสเซอร์เนม (Username) และ พาสเวิร์ด (Password) ของ ดีลเลอร์ (Dealer) รายอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากตัวแทนจำหน่ายที่ทำการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือให้กับลูกค้า โดยใช้ข้อมูลของบุคคลอื่น การกระทำดังกล่าวอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชาชนที่มีการนำข้อมูลสำคัญของตนเองไปให้กับผู้อื่น เช่น บัตรประจำตัวประชาชน บัตรเครดิต ต้องพึงระวังไว้เสมอว่า อาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในทางทุจริตได้ จึงไม่ควรเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่ บุคคลทั่วไป หรือควรตรวจสอบอย่างใกล้ชิดกรณีต้องให้เอกสารดังกล่าวแก่บุคคลอื่นไปทำธุรกรรมต่างๆ เพราะอาจถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้อย่างผิดกฎหมาย และจะส่งผลร้ายกลับถึงตัวเจ้าของข้อมูลได้