โฆษกของห้างกล่าวว่า เสื้อที่เป็นประเด็น เป็นของผู้ขายภายนอกที่นำมาวางขายในตลาดเปิดออนไลน์ของวอลมาร์ท ไม่ได้มาจากการนำเสนอของห้างโดยตรง จึงขอเก็บสินค้าเหล่านี้ออกมาก่อนระหว่างรอประเมินนโยบายของตลาดออนไลน์ <script async="" charset="utf-8" src="https://platform.twitter.com/widgets.js"></script>
(แต่อเมซอน ยังขายสินค้าเดียวกันอยู่ )
กระแสต่อต้านสินค้าที่มีข้อความเชิงการเมือง เป็นความท้าทายของการทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกาในยุคที่มีการแบ่งขั้วเลือกข้างการเมืองชัดเจน ผู้สนับสนุนและต่อต้านทรัมป์ แสดงออกด้วยการกดดันบริษัทต่างๆ ด้วยการขู่บอยคอตเวลาที่ดูเหมือนว่าบริษัทนั้นๆทำท่าจะเลือกข้าง ก่อนหน้านี้ Under Armour ผู้จำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ก็เจอกระแสเดียวกันหลังจากผู้บริหารคนหนึ่งของบริษัทพูดชื่นชมทรัมป์ หรือเครือข่ายร้านสินค้ากีฬา Dick's Sporting Goods ที่ประกาศจำกัดการขายปืน
<script async="" charset="utf-8" src="https://platform.twitter.com/widgets.js"></script>
( แต่วอลมาร์ท ยังให้ขายเสื้อยืดมีข้อความ จับฮิลลารี คลินตันเข้าคุก )
ฝ่ายหนึ่งวิจารณ์วอลมาร์ท ที่ยอมเก็บสินค้าต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ยังคงขายสินค้าหลากหลายที่มีสโลแกนหาเสียงของทรัมป์ "Make America Great Again"
แต่นีล ซอนเดอร์ส ผู้อำนวยการบริหารของบริษัทที่ปรึกษา โกลบอลเดตา รีเทล แสดงความเห็นว่า การตัดสินใจวอลมาร์ทที่เก็บสินค้าต่อต้านทรัมป์ เป็นเหตุเป็นผล เพราะผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ได้แยกแยะว่าสินค้าไหนที่วอลมาร์ทขายโดยตรง หรือเป็นผู้ค้าฝ่ายที่สาม และสโลแกนส่งเสริมถอดถอนประธานาธิบดีคนที่ 45 แรงกว่าสินค้าที่มีคำขวัญ Make America Great Again ไปมาก บริษัทสามารถชดเชยได้ด้วยสินค้าที่มีสโลแกนสนับสนุนเดโมแครตในระดับเดียวกัน
ขณะที่ มอรีน ชไวต์เซอร์ นักวิชาการที่วอร์ตัน สกูล ออฟ บิสเนสส์ มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย กล่าวว่า บริษัทไม่ควรวิตกเรื่องถุกบอยคอตมากเกินไป เพราะวอลมาร์ทจะไม่มีทางเลือกที่ดีให้กับผู้บริโภคหมู่มาก ทุกวันนี้ มีกระแสเรียกร้องบอยคอตมากเกินไปแล้ว และน้อยครั้งที่กระแสบอยคอตจะมีผลยาวนาน