อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสมชาย ชาญณรงค์กุล เปิดเผยถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่โดยรอบถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ถูกปล่อยออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนมีทั้งหมด 3 ตำบลของอำเภอแม่สาย คือ ตำบลศรีเมืองชุม //ตำบลโป่งผา //และตำบลบ้านด้าย โดยมีเกษตรกรทั้งหมด101ราย ในพื้นที่1,397 ไร่ ที่ได้รับผลกระทบ แต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบนี้เป็นประจำทุกปี ที่น้ำได้เข้าท่วมนาข้าว เพราะเป็นพื้นที่ลุ่ม เพียงแต่ปีนี้แค่น้ำมาเร็วขึ้นกว่าทุกปี
ซึ่งจากการสำรวจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่า น้ำได้ท่วมนาข้าว ทั้งหมด 1,397 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ลงทะเบียนไว้แล้ว กับกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ยังไม่ได้เป็นพื้นที่ที่เสียหายสิ้นเชิง เนื่องจากว่าถ้าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำใสต้องใช้เวลา 15 วัน ข้าวถึงจะเสียหาย แต่ถ้าเป็นน้ำขุ่นข้นต้องใช้เวลา 10วัน ข้าวถึงจะเสียหาย ซึ่งขณะนี้น้ำได้ท่วมนาข้าวเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการสูบน้ำออกจากถ้ำมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการสำรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้นอีก 10-15วัน ถึงจะรู้ว่าเป็นพื้นที่เสียหายหรือไม่
ถ้านาข้าวเกษตรกรเสียหาย ทางภาครัฐจะให้การสนับสนุนช่วยเหลือ เช่น ถ้าเป็นนาข้าวเสียหาย รายหนึ่งไม่เกิน 30 ไร่ จะชดเชยให้ 1 ไร่ ในราคา 1,113บาท ถ้าเป็นพืชไร่จะชดเชยให้ 1,400บาท ถ้าเป็นพืชสวน 1,600บาท พร้อมทั้งเตรียมพันธุ์ข้าวและพันธุ์ข้าวเหนียวกว่า 1,000 ไร่ พร้อมให้การสนับสนุนทันที แต่ถ้าข้าวไม่ตายทางกระทรวงเกษตรฯ ก็จะช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรฟื้นตัวเร็วขึ้น ซึ่งสิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่ได้สะท้อนมาก็คือ พวกเขาพร้อมที่จะให้น้ำท่วมนาข้าว ขออย่างเดียวให้เด็กและโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมี่ทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำได้โดยเร็ว และปลอดภัย