พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รอง ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์และโฆษกกรมสุขภาพจิต แนะนำคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงในช่วงนี้ว่า ถ้าเราอยู่กับอะไรนาน ๆ จะทำให้เราอิน พออินแล้วก็จะจมลึกลงไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น การติดตามข่าว แนะนำให้ดูแล้วพักบ้าง เพื่อให้อารมณ์ได้ปรับบ้าง ซึ่งในภาพรวมแล้วไม่แนะนำดูนานเกิน 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้อารมณ์ของเรายิ่งดิ่งลงไป ควรแบ่งเวลาทำกิจวัตรประจำวัน และทำงานปกติของเรา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ทั้งนี้ จะต้องรู้ตัวเองก่อนว่า จริงจังกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าบางคนเราถามว่าเครียดหรือไม่ ก็อาจจะบอกว่า ไม่เครียดแต่แค่อยากลุ้น เพราะฉะนั้นจึงควรรู้ว่าใช้เวลากับสิ่งนี้มากน้อยขนาดไหน จึงต้องมีสติกับตัวเอง รู้ตัวเองว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเราไม่รู้ก็จะทำให้เราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ซึ่งคนรอบข้างสามารถช่วยเหลือได้โดยการช่วยดึงสติให้เขานั้นออกมาทำกิจกรรมหรือทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้


แพทย์แนะ เสพข่าว "13 ชีวิตติดถ้ำหลวง" ครั้งละ 1 ชั่วโมงก็พอ!!!




การสังเกตว่าติดตามข่าวแล้วเครียดหรือไม่นั้น คุณหมอแนะว่า สามารถสังเกตได้จาก ชีวิตปกติของเราเสียไปหรือไม่ การกิน การนอน ผิดปกติจากเดิมหรือไม่ บางคนเครียดมากก็นอนไม่หลับ อารมณ์หงุดหงิด ซึ่งคนรอบข้างจะสังเกตได้ จากสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนไป เช่น อารมณ์เปลี่ยนไป การกินเปลี่ยนไป การทำงานเปลี่ยนไป เป็นต้น


ถ้าติดตามข่าวแล้วอินมาก คุณหมอแนะนำให้ออกกำลังกายหรือขยับตัว เพราะถ้าเราอยู่เฉยๆ พลังงานก็จะไปอยู่ที่สมอง ทำให้เราคิดไม่หยุด การที่จะทำให้เราหยุดคิดหรือหยุดกังวล ก็คือ การขยับตัว ถ้าขยับตัวก็จะมีการออกท่าทางต่าง ๆ เอาพลังงานไปขยับส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เราคิดจดจ่อในสิ่งที่เราทำอยู่ ซึ่งเป็นไปตามหลักการ คือ ตัวขยับหัวหยุด ตัวหยุดหัวขยับ การออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายๆ คือ การสลับกันระหว่างท่ายืดเหยียด กับท่าขยับ เช่น การขยับศีรษะซ้าย ขวา หมุนไหล่ หรือเดินแกว่งแขน

แพทย์แนะ เสพข่าว "13 ชีวิตติดถ้ำหลวง" ครั้งละ 1 ชั่วโมงก็พอ!!!