ทั้งนี้ จะต้องรู้ตัวเองก่อนว่า จริงจังกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าบางคนเราถามว่าเครียดหรือไม่ ก็อาจจะบอกว่า ไม่เครียดแต่แค่อยากลุ้น เพราะฉะนั้นจึงควรรู้ว่าใช้เวลากับสิ่งนี้มากน้อยขนาดไหน จึงต้องมีสติกับตัวเอง รู้ตัวเองว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเราไม่รู้ก็จะทำให้เราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ซึ่งคนรอบข้างสามารถช่วยเหลือได้โดยการช่วยดึงสติให้เขานั้นออกมาทำกิจกรรมหรือทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้
การสังเกตว่าติดตามข่าวแล้วเครียดหรือไม่นั้น คุณหมอแนะว่า สามารถสังเกตได้จาก ชีวิตปกติของเราเสียไปหรือไม่ การกิน การนอน ผิดปกติจากเดิมหรือไม่ บางคนเครียดมากก็นอนไม่หลับ อารมณ์หงุดหงิด ซึ่งคนรอบข้างจะสังเกตได้ จากสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนไป เช่น อารมณ์เปลี่ยนไป การกินเปลี่ยนไป การทำงานเปลี่ยนไป เป็นต้น
ถ้าติดตามข่าวแล้วอินมาก คุณหมอแนะนำให้ออกกำลังกายหรือขยับตัว เพราะถ้าเราอยู่เฉยๆ พลังงานก็จะไปอยู่ที่สมอง ทำให้เราคิดไม่หยุด การที่จะทำให้เราหยุดคิดหรือหยุดกังวล ก็คือ การขยับตัว ถ้าขยับตัวก็จะมีการออกท่าทางต่าง ๆ เอาพลังงานไปขยับส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เราคิดจดจ่อในสิ่งที่เราทำอยู่ ซึ่งเป็นไปตามหลักการ คือ ตัวขยับหัวหยุด ตัวหยุดหัวขยับ การออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายๆ คือ การสลับกันระหว่างท่ายืดเหยียด กับท่าขยับ เช่น การขยับศีรษะซ้าย ขวา หมุนไหล่ หรือเดินแกว่งแขน