แพทย์ห่วง 2หนูน้อยในถ้ำ โรคประจำตัวหอบหืด ตร.ปรับสาวเชียงรายโพสต์เรี่ยไรช่วยเหลือ เตรียมส่งโดรนหาคลื่นความร้อนในถ้ำ ส่งตร.ป่าไม้หาผู้เคยรับสัมปทานทำป่าไม้ เพื่อหาช่องโพรงลับเข้าถ้ำ เตรียมพบผู้ว่าจัดแผน ช่วยเหลือเป็นระบบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ เดินทางตรงจความพร้อมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ร่วมปฎิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเฮลิคอปเตอร์กู้ชีพ 1ลำ และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงผู้ป่วย เตรียมพร้อมในพื้นที่เพื่อรอให้การช่วยเหลือ


จากนั้น รองผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5และคณะเดินทางไปที่ สภ.แม่สาย โดยมีทีมตำรวจสื่อสาร พร้อมรถโมบายดาวเทียมส่งสัญญาณ จากกองตำรวจสื่อสาร คณะแพทย์ พยาบาลทจากรพ.ตร. เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือ


ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ สอบปากคำนางสาวประกายแสง พวงจำปา อายุ32ปี ชาวบ้านอ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวขอเรี่ยไรเงินบริจาค ช่วยเหลือเด็กและโค้ชที่ติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน โดยไม่ได้อนุญาตขอเรี่ยไรตามกฎหมาย ทั้งนี้พนักงานสอบสวนสภ.แม่สาย ทำการเปรียบเทียบปรับตามความผิดเรี่ยไรไม่ขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เป็นค่าปรับ 200 บาท


นางสาวประกายแสงว่า ตนปรึกษากับเพื่อนที่จะเรี่ยไรเงินเพื่อซื้อหมูและข้าวเหนียวมาทำให้ผู้ที่มาช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตได้รับประทานมีผู้โอนเงินเข้าบัญชี 5รายรวมเงิน 1,300 บาทไปซื้อของจนหมดไม่พอด้วยซ้ำต้อฃออกเงินเอง เจตนาช่วยเหลือไม่ทราบว่ากลายเป็นประเด็นถูกโจมตี ถูกสังคมออนไลน์ต่อว่า ตนยอมรับผิดที่ขอเรี่ยไรโดยไม่ได้ขออนุญาต ขอให้ดูตนเป็นตัวอย่างอย่าทำโดยไม่รู


รองผบ.ตร. กล่าวว่า กล่าวว่ากรณีนี้เป็นความผิดลหุโทษ แต่ลงโทษตามกฎหมายเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ เรื่องนี้ละเอียดอ่อน การเรี่ยไรต้องทำให้ถูกต้องขออนุญาตฝ่ายปกครองตามกฎหมาย ไม่ควรทำเป็นเยี่ยงอย่างเดี๋ยวอาจมีมิจฉาชีพตามมา


จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า จัดระบบการช่วยเหลือให้เป็นระบบเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย โดยสั่งการให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) หรือตำรวจป่าไม้ ไปตรวจหาผู้ที่เคยรับสัมปทานทำป่าไม้ในพื้นที่ ถ้ำหลวง เคยเป็นแปลงสัมปทานป่าไม้ เมื่อปี 2529-30 ซึ่งรู้พื้นที่ เชี่ยวชาญพื้นที่เพื่อหาข่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวมีช่องทาง โพรงลับ หรือไม่อย่างไร นอกจากนี้สั่งการสภ.แม่สาย ให้ดำเนินการรับแจ้งความคนหาย หลังจากพบว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องทั้ง 13ชีวิตสูญหาย ตั้งแต่วันที่ 23มิ.ย.ยังไม่มีการรับแจ้งความ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดสิทธิตามกฎหมาย โดยรองผบ.ตร.ได้ตำหนิสภ.แม่สายและตำรวจท่องเที่ยว ที่ไม่แนะนำให้ญาติของทั้ง13ราย ดำเนินการลงบันทึกประจำวัน ให้สิทธิตามกฎหมาย


ขณะที่แพทย์รพ.ตำรวจ ได้ลงพื้นที่สอบถามจากญาติของผู้สูญหายทั้ง 13 รายพบว่าเด็กสองคนที่ติดอยู่ภายในถ้ำมีความเสี่ยงเนื่องจากมีโรคประจำตัวหอบหืด ทางแพทย์จึงเตรียมความพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแล้ว และวางแผนขนย้ายประสานรพ.ในพื้นที่


นอกจากนี้่ในที่ประชุมรายงานว่า เตรียมส่งโดรนขึ้นสำรวจเพื่อจับคลื่นความร้อน หาสัญญาณสิ่งมีชีวิต ขณะนี้ยังรอความพร้อมเตรียมพบผู้ว่าฯราชการจังหวัดเชียงรายเพื่อเสนอแผนการปฏิบัติและรับรองแผนให้เป็นไปตามกฏหมายตามพระราชบัญญัติบรรเทาสาธารณภัยเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างระบบและถูกต้องตามหลักกฎหมาย