ตรัง - เจ้าหน้าที่สนธิกำลังหลายฝ่ายบุกจับแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยนอกระบบ รวบคนเก็บได้ 2 คน พร้อมของกลางเงินสดและโพยรายชื่อลูกค้ารายวันพบเก็บดอกเบี้ยโหด ทั้งนี้การเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

บุกจับ! แก๊งทวงหนี้นอกระบบ

วันที่ 26 มิถุนายน 2561 พันเอกพิชิต โชติแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง พร้อมด้วยกำลังทหาร ตำรวจ ตำรวจสันติบาลจังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ 1 จังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่ชุดข่าวกรองทางการทหารกองทัพภาคที่ 4 นำโดย ร.ต.อ.ประหยัด ทองสม เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง ร้อยโทนิพล สุขศรีราช หัวหน้าชุดหมวดรักษาความสงบ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15


บุกจับ! แก๊งทวงหนี้นอกระบบ




ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ภายในซอย 5 ถนนวังคีรี ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากแก๊งเงินกู้นอกระบบเรียกเก็บกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้หาเงินจ่ายรายวันไม่ทัน เมื่อถึงเวลานัดหมายเวลาประมาณ 19.00 น.ทางแก๊งทวงหนี้เงินกู้ จำนวน 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามามาเก็บเงินรายวันตามที่ชาวบ้านร้องเรียน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเข้าทำการจับกุมทันที และทำการค้นตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนโดยละเอียด พบเงินอยู่ในถุงพลาสติก จำนวนหนึ่ง




หลังจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ถนนตรัง-ย่านตาขาว ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองได้เช่าพักอาศัยอยู่ พบสมุดบัญชีรายชื่อของลูกค้า แต่ไม่พบเอกสารใดๆ คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนมีการเก็บบัญชีรายชื่อลูกค้า เพื่อป้องกันการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในระหว่างตรวจค้นได้มีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามสองถึงครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกไว้ทำการตรวจสอบต่อไป

บุกจับ! แก๊งทวงหนี้นอกระบบ

ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องนายกิตติพงษ์ พลไชย อายุ 25 ปี อยู่ที่ ตำบลหนองคู อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร และนายอุทัย ชัยปัทย์ อายุ 24 ปี อยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี บอกว่าได้ไปเก็บเก็บเงินค่าดอกเบี้ยและเงินต้นที่บ้านของผู้ที่กู้ยืมมาแล้ว ก่อนที่จะมาถึงบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมีการยืมเงินจำนวน 16,000 บาท



โดยจ่ายคืนวันละ 800 บาทเป็นเวลา 24 วัน รวมเป็นเงิน 19,200 บาท เท่ากับว่าในเวลา 24 วัน เสียดอกเบี้ย 3,200 บาท ก่อนที่จะให้เงินกับแก็งเงินกู้ ได้มีการถ่ายเอกสารธนบัตรเอาไว้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดเงินของกลางจำนวน 4 หมื่น 5 พันบาท รถจักยานยนต์ 1 คัน หมวกกันน็อค 2 ใบ กระเป๋า 1 ใบ นำส่งพนักงานสอบสวน การดำเนินการกวาดล้างแก๊งดอกเบี้ยเงินกู้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก



ทั้งนี้การเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 เก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด มีโทษจำคุ 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากทำเป็นขบวนการมีลักษณะนายทุน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ถ้าหากคนทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะมีโทษเพิ่มเป็นสองเท่า เจ้าหน้าที่ส่งผู้ต้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินคดีต่อไป