โดยมีผลการปฏิบัติงาน สามารถจับกุมพนักงานเก็บเงินกู้ชาย อายุระหว่าง 20-40 ปี ได้จำนวน 21 คน ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นพนักงานของบรรดานายทุนโต๊ะเงินกู้ย่านฝั่งธนบุรี จ.นนทบุรี จ.สมุทรสาคร จ.อุทัยธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 11 เจ้า เบื้องต้นสามารถทำการตรวจยึดเงินสด จำนวน 100,000 บาท รถกระบะ 2 คัน รถเก๋ง 11 คัน รถ จยย. 2 คัน ไม้เบสบอล 1 อัน สมุดบัญชีรายชื่อลูกค้า และโทรศัพท์มือจากผู้ต้องหาทั้งหมดเอาไว้ได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง ดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะให้ผู้เสียหายเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษตามพฤติกรรมของผู้ต้องหาเหล่านี้เพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.วิโรจน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายชื่อ นายโอ๋ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 35 ปี เจ้าของโรงงานพลาสติกร้างแห่งนี้ ได้เข้ามาร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.ว่า ตกเป็นเหยื่อแก๊งทวงเงินกู้ดอกเบี้ยโหด เพราะเมื่อประมาณ 7 เดือน ก่อนหน้านี้ธุรกิจซบเซา ทำให้ต้องไปขอกู้เงินจากนายทุนเงินกู้ จำนวน 14 ราย ยอดเงินรวมกันกว่า 1.4 ล้านบาท โดยนายทุนบางรายคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน บางรายคิดดอกเบี้ยลอย ร้อยละ 2 ต่อวัน ภายหลังหมุนเงินมาจ่ายหนี้ไม่ทัน ทำให้ต้องยุติการประกอบการ และมียอดเงินที่ต้องหามาจ่ายให้บรรดานายทุนเงินกู้รายวัน รวมกันวันละถึง 7.2 หมื่นบาท วันไหนหาเงินมาจ่ายไม่ได้ก็จะถูกพนักงานเก็บเงินข่มขู่หมายหัวจะเอาชีวิต