เนชั่นทีวี

ข่าว

แถลงจับผู้ต้องหา 14 ราย แชร์ข้อมูล-ตัดต่อภาพ "นายกฯ - บิ๊กป้อม" บนออนไลร์ สร้างความเข้าใจผิด

12 มิ.ย. 2561 | jirasin_yin

แถลงจับผู้ต้องหา 14 ราย แชร์ข้อมูล-ตัดต่อภาพ "นายกฯ - บิ๊กป้อม" บนออนไลร์ สร้างความเข้าใจผิด

"บิ๊กโจ๊ก" แถลงจับผู้ต้องหา 14 ราย แชร์ข้อมูล-ตัดต่อภาพ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" และ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" โพสต์สังคมออนไลน์ สร้างความตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจผิด และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง


ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาคารบี ศูนย์ราชการ (แจ้งวัฒนะ) เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วยพล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ธนดล แก้วอุบล รอง ผบก.ปรท.บก.ปอท. และพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 14 ราย ความผิดฐาน "การส่งต่อ หรือเผยแพร่ ข้อความอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (5) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ"


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าแอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ "KonthaiUk" ได้โพสต์ข้อความว่า "เรือเหาะ...ก็ซื้อมาซ่อม ยังจะซื้อดาวเทียม 91,200 ล้านมาแดกอีก.. จะยอมมันอีกมั้ย!" พร้อมนำภาพเรือเหาะ ดาวเทียม และนำภาพถ่ายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาตัดต่อรวมกัน นอกจากนี้ยังมีการตัดต่อภาพของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อนำมาเป็นสื่อกระจายแก่บุคคลต่าง ๆ ซึ่งการดัดแปลงดังกล่าว อาจส่งผลทำให้ประชาชนที่ได้รับสื่อเกิดความตื่นตระหนก และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ลงทะเบียนใช้ในชื่อบัญชี "Watana Ebbage" ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าผู้ใช้คือนางวัฒนา เอ็บเบจช์ อายุ 56 ปี สัญชาติอังกฤษ โดยมีถิ่นพักอาศัยอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงขออนุมัติออกหมายจับจากศาลอาญาที่1234/2561 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ในความผิดฐาน "นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน" ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความข่าวสารอันเป็นเท็จในเฟซบุ๊กซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ จำนวนทั้งสิ้น 14 ราย อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอีก 13 ราย รวมทั้งหมด 27 ราย


"สิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือ การทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย ซึ่งการโพสต์และแชร์ข้อมูลดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ที่เข้าไปรับชมเกิดความเข้าใจผิด นอกจากนี้การประชุมครม. ในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ว่า การโพสต์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ จะไปลงข้อมูลเพื่อโจมตีผู้ใดหรือรวมทั้งรัฐบาลก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นเรื่องบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วถือว่าเป็นความผิดทั้งสิ้นซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูง อยากเตือนพี่น้องชาวไทยหากศึกษาข้อมูลให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลกับทางราชการว่าถูกต้องหรือไม่เนื่องจากการแชร์ข้อมูลที่ผิดพลาดอาจถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ผู้ต้องหาที่ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับจะขอความร่วมมือและทำเป็นหมายแดง หรือหมายจับอินเตอร์โพลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" รอง ผบช.ทท. กล่าว


ข่าวล่าสุด