วันที่ 10 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าว เดินทาง ไปที่โรงพยาบาลระยอง ชั้น 2 ตึกร่มสุข พบกับ นางทัศวรรณ สังวาลย์เพชร อายุ 32 ปี อาชีพขาย เบเกอรี่ ซึ่งยังคงนอนพักรักษา อาการบาดแผลที่ใบหน้า ด้านซ้ายบวมแผลพุพอง สภาพอิดโรย
นางทัศวรรณ กล่าวว่า ตนเองมีโรคประจำตัวอยู่คือ HLE หรือโรคแพ้ ภูมิคุ้มกัน ตัวเองและเกิดอุบัติเหตุ หกล้ม ทำให้กระดูกที่ใบหน้าร้าว แฟนจึงแนะนำให้ไปซื้อ ยาแผนโบราณมากิน คิดว่าจะทำให้หายเร็วขึ้น เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ตนกันแฟนจึงได้ไปซื้อยา แผนโบราณจากร้านขายยา และได้บอกทางร้านว่า ต้องการซื้อยาประสานกระดูกและถามด้วยว่าเป็น โรค HLE หรือโรคแพ้ ภูมิคุ้มกัน ตัวเอง จะทานยาได้ไหม ทางร้านก็บอกว่า ทานได้ และแนะนำให้ทาน ยาลูกกลอน และยาเส้น ซึ่งปราศจากสารสเตียรอยด์ จึงซื้อมา 2 กระปุก ราคารวมกัน 240 บาท
เมื่อกลับมาบ้านกินยาไปได้ 24 เม็ด เช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน มื้อละ 6 เม็ด กระทั่งเช้าวันต่อมา ขณะที่ล้างหน้าแปรงฟัน รู้สึกหน้าข้างซ้ายไม่มีความรู้สึก ขยับไม่ได้ และมีตุ่มเม็ดใสใสขึ้นตามใบหน้าข้างซ้าย จึงได้รีบมาหาหมอที่โรงพยาบาลระยอง และหมอได้ฉีด ยาแก้แพ้และยา ขยายหลอดลม ยาแก้ปวดให้หลังจากนั้นแฟนได้โทรไปที่ร้านขายยา บอกกับทางร้านว่าไดซื้อยามาทานและแพ้ยา
ทางร้านบอกขอดูรูปหน่อยพอดูเสร็จก็บอกว่า น่าจะเป็น อาการงูสวัด และให้ยามาทานฟรี อีก 3 ประปุกเพื่อให้มาขับพิษออกตนเองก็ได้ทานไปอีก ทางร้านยังกำชับอีกว่าให้ทานยาครั้งละ 1 เม็ด 3 กระปุกก็ทานไป 3 เม็ด รวม 3 มื้อ ทานไป 9 เม็ด ซึ่งแพทย์แผนโบราณให้เหตุผลว่ารักษามาหลายคนแล้วและรักษามาหลายปีไม่เคยมีใครมีอาการแพ้ในลักษณะแบบนี้
ขณะที่ แพทย์แผนปัจจุบัน แจ้งว่า อาการที่เป็นไม่ใช่โรคงูสวัดและยังไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร ต้องขอตรวจอย่างละเอียดและให้นอนรักษาดูอาการที่โรงพยาบาลระยอง ประมาณ14วัน เพราะแพทย์อยากให้ใบหน้ายุบหรือมีอาการดีขึ้นและเบาบางลงก่อน ถึงจะให้กลับบ้านได้
เมื่อตนเอง ประสบเหตุการณ์เช่นนี้ ชีวิตก็เกิดความยากลำบากเพราะทำงาน ขายเบอเกอรี่ไม่ได้ ตนจึงต้องขาดรายได้ อยากให้ทางร้านเข้ามาช่วยรับผิดชอบเยียวยา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบ ยาแผนโบราณด้วยว่า ถูกต้องเป็นอันตรายหรือไม่อย่างไร