ขณะที่นายแพทย์วิริยะ เอี้ยวประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตรและทีมแพทย์ ได้เข้าชี้แจงกับทางญาติ โดย ระบุว่าในช่วงที่ทางคุณแม่ตั้งครรภ์ และมาฝากท้องกับโรงพยาบาล โดยคุณแม่มีอาการเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมีอัตราเสี่ยงอันตราย โดยวันที่เกิดเหตุ ทางคุณแม่มาตรวจครรภ์ ซึ่งทางคณะแพทย์พบผิดปกติของทารกในครรภ์ ในการอัลตราซาวด์พบเด็กในท้องไม่มีชีพจร และผิวหนังเริ่มบวม ที่อาจเกิดการเสียชีวิตในครรภ์มาแล้ว
โดยทางแพทย์จึงได้วางแผน ว่าจะให้ผ่าตัดหรือคลอดเอง ซึ่งมีอัตราเสี่ยง ทั้งแม่และลูกในท้อง ซึ่งทางคุณแม่ประสงค์ที่จะคลอดเองเพื่อประโยชน์ต่อการมีลูกครั้งต่อไป ทางแพทย์จึงให้คลอดเอง และทางแม่ไม่สามารถคลอดเองได้ เนื่องจากปากมดลูกไม่เปิด ทางแพทย์จึงจำเป็นต้องผ่าออก แต่เนื่องจากทางแม่ของเด็ก ได้ดื่มน้ำไปมาก จึงต้องรอเวลา 6-8 ชั่วโมง จึงทำการผ่าคลอดตอนดึก แล เสียชีวิตในครรภ์ก่อนการผ่าตัด
ผอ.โรงพยาบาลพิจิตร กล่าวอีกว่า สาเหตุ ของการสื่อสารข้อมูล ของทางคณะแพทย์ ซึ่งมารดาที่มีโรคเบาหวาน จะมีอัตราเสี่ยงสูง กับการมีลูก ในส่วนทางผู้เสียหาย ถ้าจะร้องเรียนเรียกร้องความเสียหาย สามารถยื่นได้ ที่หน่วยบริการของโรงพยาบาล ซึ่งทางแพทย์จะตั้งขณะกรรมการสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงในการสอบสวนการเสียชีวิต ต่อไป