เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรแม่สอด อ.แม่สอด นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก และนายวัลลภ วุฒาพาณิชย์ นายด่านศุลกากรแม่สอด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ได้ประชุมร่วมกับ ผู้ประกอบการรถยนต์บรรทุกสินค้า ที่ส่งสินค้า ไปชายแดนไทย - เมียนมาร์ ที่บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด , นายชาวพันธ์ ชวเจริญพันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก และนายชัยวัฒน์ วิฑิตธรรมวงศ์ ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมจังหัวัดตาก
ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหารถยนต์บรรทุกไปจอดบริเวณหน้าด่านพรมแดน และติดยาวจนถึง บริเวณท่าอากาศยานแม่สอด ทำให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา จนไปสู่การร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และมีการจับกุมรถยนต์บรรทุกสินค้าที่ไปจอดบนถนนเพื่อรอพิธีการของด่านศุลกกรในการนำสินค้าออกไปยังจังหวัดเมียวดี
ในที่ประชุมได้กล่าวถึงปัญหานี้อย่างกว้างขวาง และหาทางออกกัน โดยฝ่ายศุลกากร แจ้งในที่ประชุมว่า จะออกเอกสารสีเขียว ให้รถยนต์ที่มีความพร้อมในด้านเอกสารก่อนคราวละ 5 คัน และขอความร่วมมือทางตำรวจไม่จับกุม รถที่มีความพร้อมจะข้ามไปฝั่งเมียนมา ส่วนรถคันอื่นที่ยังไม่มีความพร้อม และไปจอดรวมกันจำนวนมาก จนเกิดปัญหาการจราจร ต้องดำเนินการตามกฏหมาย
นายชวพันธ์ ชวเจริญพันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐ จัดพื้นที่บริการจุดเดียวจากทุกหน่วยงาน และมีความเป็นเอกภาพ ซึ่งในปัจจุบันนี้ เอกชน ยังมองไม่เห็นอนาคตของการลงทุน จึงต้องการดำเนินการโดยเร่งด่วน
อย่างไรก็ดี ปัญหารถติดในเขตไทยมาก เนื่องจากมีปริมาณรถยนต์บรรทุกสินค้าของไทยข้ามไปฝั่งจังหวัดเมียวดี เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาวันละ 387 คัน แต่การระบายรถยนต์ ข้ามไปฝั่งเมียนมานั้น ได้ครั้ง 5 คัน ซึ่งเป็นการกำหนดจากทางการเมียนมา จ.เมียวดี เนื่องจากรถยนต์ที่ไปฝั่งเมียวดี พอลงจากสะพาน ก็เข้าเป็นเขตเมืองเมียวดี ซึ่งเป็นการสร้างปัญหาการจราจรให้กับฝ่ายเมียนมาเช่นกัน ขณะที่ผู้ประกอบการเสนอให้ใช้สะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว