พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการควบคุมกองเรือประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย เสนาธิการทหารเรือ อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมประมงและคณะ โดยมีนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร และตัวแทนชาวประมงให้การต้อนรับ โดยได้มีการลงเรือเร็วของกรมประมง เพื่อออกตรวจดูสภาพของเรือที่ถูกล๊อคพังงา แล้วต้องนำเข้าจอดเทียบท่าอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งเรือที่ถูกล๊อคพังงาน ก็ดูได้จากสัญลักษณ์ที่ปรากฎอยู่บนเรือซึ่งจะถูกทาสีที่หน้าต่างของเรือเป็นสีส้มสลับขาว นั่นเอง
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยหลังจากที่ทำการตรวจดูเรือซึ่งถูกห้ามออกทำการประมงหรือที่เรียกกันว่า ล็อคพังงาไว้แล้วว่า ตลอดเส้นทางการลงเรือตรวจการณ์ตั้งแต่ท่าเรือรับลม - คลองมหาชัย - แม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีเรือประมงและเรือที่เกี่ยวข้องกับการประมงตลอดเส้นทาง เป็นเรือที่ถูกควบคุมไม่ให้ออกจากท่าเทียบเรือ เนื่องจากไม่มีทะเบียนเรือ ไม่มีใบอนุญาตทําการประมง รวมถึงอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเรือดังกล่าวที่ถูกล็อคไม่ให้ออกจากท่าเป็นเรือประมงจำนวน 34 ลำซึ่งจอดอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนเป็นเรือที่ไม่มีชื่อเรื่อ ไม่มีทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ รวมถึงอยู่ระหว่างการต่อและบางลําจมน้ำ ดังนั้น จึงได้สั่งการกรมเจ้าท่าติดประกาศที่เรือหรือท่าเทียบเรือให้เจ้าของเรือมาแสดงตัวภายใน 7 วัน หากไม่มีผู้มาแสดงตัว กรมเจ้าท่าจะดำเนินการนำไปขายทอดตลาด ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย และจะให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทุกจังหวัดชายทะเล 22 จังหวัด ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นการกำจัดเรือจม ซากเรือต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายให้หมดสิ้นไป