เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร

06 มิ.ย. 2561 | Pattana_sri

"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร

"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร สั่งประกาศหาเจ้าของเรือประมงจอดทิ้งริมแม่น้ำท่าจีน 34 ลำ แสดงตัวตนภายใน 7 วันก่อนขายทอดตลาด พร้อมสั่งเดินหน้า ตรวจสอบ 22 จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศ

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการควบคุมกองเรือประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย เสนาธิการทหารเรือ อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมประมงและคณะ โดยมีนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร และตัวแทนชาวประมงให้การต้อนรับ โดยได้มีการลงเรือเร็วของกรมประมง เพื่อออกตรวจดูสภาพของเรือที่ถูกล๊อคพังงา แล้วต้องนำเข้าจอดเทียบท่าอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งเรือที่ถูกล๊อคพังงาน ก็ดูได้จากสัญลักษณ์ที่ปรากฎอยู่บนเรือซึ่งจะถูกทาสีที่หน้าต่างของเรือเป็นสีส้มสลับขาว นั่นเอง

"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร



"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร



"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร



พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยหลังจากที่ทำการตรวจดูเรือซึ่งถูกห้ามออกทำการประมงหรือที่เรียกกันว่า ล็อคพังงาไว้แล้วว่า ตลอดเส้นทางการลงเรือตรวจการณ์ตั้งแต่ท่าเรือรับลม - คลองมหาชัย - แม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีเรือประมงและเรือที่เกี่ยวข้องกับการประมงตลอดเส้นทาง เป็นเรือที่ถูกควบคุมไม่ให้ออกจากท่าเทียบเรือ เนื่องจากไม่มีทะเบียนเรือ ไม่มีใบอนุญาตทําการประมง รวมถึงอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเรือดังกล่าวที่ถูกล็อคไม่ให้ออกจากท่าเป็นเรือประมงจำนวน 34 ลำซึ่งจอดอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนเป็นเรือที่ไม่มีชื่อเรื่อ ไม่มีทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ รวมถึงอยู่ระหว่างการต่อและบางลําจมน้ำ ดังนั้น จึงได้สั่งการกรมเจ้าท่าติดประกาศที่เรือหรือท่าเทียบเรือให้เจ้าของเรือมาแสดงตัวภายใน 7 วัน หากไม่มีผู้มาแสดงตัว กรมเจ้าท่าจะดำเนินการนำไปขายทอดตลาด ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย และจะให้ดำเนินการเช่นเดียวกันทุกจังหวัดชายทะเล 22 จังหวัด ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นการกำจัดเรือจม ซากเรือต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายให้หมดสิ้นไป 

"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า"การมาติดตามมาตรการควบคุมและบริหารจัดการกองเรือประมงครั้งนี้ เนื่องจากได้มีการปรับปรุง ระบบการทำงานภายในกรมเจ้าท่า เกี่ยวกับการควบคุมเรือประมงทั้งหมด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกระดับทั้งกรม ส่วนกลางและสำนักงานเจ้าท่าจังหวัด ต้องมีความความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในขั้นตอนการปฏิบัติต่าง ๆ เพราะระบบการทำงานใหม่นี้กรมเจ้าท่าจะต้องเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างทันเวลาในทุกสถานการณ์ เช่น ตำรวจท้องที่ กรมประมง ทหารเรือ อัยการ ศาล เพื่อสามารถบริหารจัดการควบคุมเรือไร้สัญชาติ เรือที่ไม่มีที่มาที่ไป และเรือที่ปฏิบัติผิดกฎหมาย เรือคดีต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ให้ออกไป ทำการประมงหรือกลับเข้ามาสู่ระบบประมงของประเทศไทยได้อีก เรียกได้ว่าต่อไปนี้ "เรือผี" ต้องไม่มีในประเทศไทย ส่วนเรือจม เรือพังทั้งหลายนั้น ได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามตัวเจ้าของหมดแล้ว เพื่อให้ยืนยันข้อมูลว่า จมที่ไหน พังที่ไหน ขายไปที่ไหน อย่างไร เพื่อมิให้เรือเหล่านี้ถูกนำมาใช้สวมเรือ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานอีกอย่างเด็ดขาด"

"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร



"บิ๊กฉัตร" ลุยขันน็อตมาตรการควบคุมกองเรือประมง ประเดิม จ.สมุทรสาคร



พลเอกฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในสัปดาห์นี้กรมเจ้าท่า จะออกระเบียบเป็นหลักเกณฑ์ของราชการเพิ่มเติมให้เข้มข้นขึ้น เช่น อู่ต่อเรือต้องขึ้นทะเบียน เรือทุกลำก่อนต่อเรือต้องถูกตรวจสอบแปลนเรือ ไม่รับจดทะเบียนเรือประมงที่ไม่มีการจัดทำอัตลักษณ์ หรือไม่มีหมายเลข IMO เรือประมงที่ต่อใบอนุญาตใช้เรือประจำปีต้องเข้ารับการตรวจสภาพเรือทุกลำ โดยการอนุมัติให้รับจดทะเบียนเรือหรือไม่ให้ทำในรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ตำรวจ ประมง ทหารเรือ มิใช่กรมเจ้าท่าเพียงหน่วยงานเดียวอีกต่อไป ส่วนเรือขนถ่ายสินค้าทั่วไปทุกลำขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติดระบบติดตาม เรือ AIS เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าไปบรรทุกปลาที่ไหน หรือไม่ อย่างไร ได้ตลอดเวลา ด้วยมาตรการนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่ากองเรือประมงไทยปราศจากเรือผิดกฎหมาย เรือผี เรือสวมได้อย่างเด็ดขาด เป็นการสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศ IUUFree ภายใน 3 ปี และ เป็นผู้นำอาเซียนด้านการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายเพื่อการประมงที่ยั่งยืน ก่อนที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี พ.ศ. 2562 

ข่าวล่าสุด