เนชั่นทีวี

ข่าว

รองผบ.ตร.เตรียมลงพื้นที่ จี้คดีเผานั่งยางนักธุรกิจสาวจ.สงขลา

03 มิ.ย. 2561 | kanyarat

รองผบ.ตร.เตรียมลงพื้นที่ จี้คดีเผานั่งยางนักธุรกิจสาวจ.สงขลา

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมเดินทางลงพื้นที่จ.สงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสวนด้วยตัวเอง สำหรับคดีฆ่าเผานั่งยางนักธุรกิจสาว คาดเชื่อว่าเป็นฝีมือของอดีตสามีเก่าที่ยังหลบหนี

รองผบ.ตร.เตรียมลงพื้นที่ จี้คดีเผานั่งยางนักธุรกิจสาวจ.สงขลา

สงขลา-พล.ต.อ.วิระชัยทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมเดินทางลงพื้นที่จ.สงขลา เพื่อติดตามคดีฆ่าเผานั่งยางนักธุรกิจสาวตำรวจในพื้นที่4หน่วยประสานการทำงานทั้งไล่ล่าอดีตสามีที่เป็นผู้ต้องสงสัยและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกไปหมาย ย่างเข้าสู่วันที่ 3 ของการสืบสวนสอบสวน คดีฆ่าเผานั่งยาง น.ส.ภิญญดา แป้นจันทร์ อายุ 48 ปี




นักธุรกิจขายตรงและขายประกันกลางป่าพรุพื้นที่บ้านท่านางหอม หมู่5ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่1มิ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งแทบไม่เหลือชิ้นส่วนกระดูกและเป็นการคดีที่โหดเหี้ยมอีกคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จ.สงขลา และจากพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นฝีมือของอดีตสามีเก่าที่ยังหลบหนีไปพร้อมกับรถเบนซ์สีดำป้ายหมายเลข333


รองผบ.ตร.เตรียมลงพื้นที่ จี้คดีเผานั่งยางนักธุรกิจสาวจ.สงขลา





ล่าสุด (3 มิ.ย.61) มีรายงานว่าคดีนี้ ทางพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมเดินทางลงพื้นที่จ.สงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสวนด้วยตัวเองในอีก1-2วันนี้เนื่องจากเป็นคดีใหญ่อีกคดีหนึ่งที่ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้



ทางด้านความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนขณะนี้ได้มีการประสานการทำงานกันระหว่างตำรวจ4หน่วยคือ สภ.เมืองสงขลา สภ.คอหงส์ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลาและเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9เนื่องจากมีพื้นที่เกิดเหตุ2อำเภอคือที่บ้านพักในอ.เมืองสงขลา และจุดที่ศพถูกนำมาเผานั่งยางในพื้นที่อ.หาดใหญ่ โดยในส่วนของการติดตามตัวอดีตสามีซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยขณะนี้ยังไม่พบตัวทางชุดสืบสวนตำรวจภูธรตำรวจสองยังคงออกไล่ล่าตามเบาะแสที่ได้รับและการตรวจสอบจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือซึ่งพบความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แถวจ.ตรังและกระบะแต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ส่วนการสอบสวนพยานแวดล้อมขณะใกล้เสร็จแล้วทั้งญาติและเพื่อนบ้านซึ่งต่างให้การชี้ชัดไปที่อดีตสามีเป็นคนฆ่าโดยเฉพาะการล้างรถเบนซ์ในช่วงตี3ตี4ของคืนวันที่23พฤษภาคม รวมทั้งอดีตสามียังเป็นคนรับโทรศัพท์ของผู้ตายในวันที่24พฤษภาคมซึ่งน้องสาวโทรมาหาหลังจากที่มีกำหนดเดินทางเข้ากรุงเทพฯแต่ไม่ได้ไป

แต่อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังคงต่อรอผลตรวจอัตลักษณ์บุคคลของแพทย์ฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์มายืนยันอีกครั้งว่าโครงกระดูกที่พบในจุดเกิดเหตุตรงกับผู้ตายหรือไม่ ซึ่งจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะนำไปสู่การออกหมายจับและมัดตัวอดีตสามี

ข่าวล่าสุด