จากที่เกิดเหตุพายุฝนพัดกระหน่ำ และลมกรรโชกแรงในหลายพื้นที่ของจ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในต.ศรีสตึก อ.สตึก บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายนอกจากนี้แรงลมพายุยังได้พัดเอาเสาไฟฟ้าหลายต้นล้มระเนระนาด ทำให้กระแสไฟฟ้าดับทั้งตำบลนานกว่า2ชั่วโมง และต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มขวางถนนในหมู่บ้าน ทำให้การสัญจรไปมายากลำบาก
ขณะที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านคูขาด หมู่6ต.ศรีสตึก ถูกลมพัดหอบลงมากองบริเวณสวนไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกว่า ต้นสน มีอายุเกือบ100ปี ได้หักโค่นล้มทับศาลาที่พักอนุสรณ์80ปี ของโรงเรียน ได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าล้มหลายต้น โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
นางเพลินจิตรนัดกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูขาด กล่าวว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่13พ.ค. 61 เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกและลมกรรโชกแรงนานกว่า30นาที จนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งโรงเรียน หลังพายุฝน และลมสงบจึงได้ออกตรวจตราตามอาคารเรียน พบว่าหอประชุมหลังคาโดนลมพายุพัดหอบปลิวหายไป ศาลาที่พัก ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับได้รับความเสียหายเสาไฟฟ้าล้มหลายต้น และต้นไม้ในสวนพฤษกศาสตร์โค่นล้มหลายต้น จึงรายงานให้ทาง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต4ทราบซึ่งคาดว่ามูลค่าเสียหายมากกว่า5แสนบาท จะต้องซ่อมแซมอาคารอเนกประสงค์ และเครื่องเสียงของโรงเรียนที่พังเสียหาย
ซึ่งทางโรงเรียนมีกำหนดจะประชุมผู้ปกครองนักเรียนในวันที่ 15พ.ค. 61 ที่หอประชุมของโรงเรียน แต่หอประชุมพัง คงต้องหาสถานที่ประชุมผู้ปกครองเป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนเด็กนักเรียน 200 คน ยังไม่ให้มาโรงเรียนในช่วงนี้ จนกว่าทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะมาติดตั้งเสาไฟฟ้าที่ล้มให้เรียบร้อย ตัดต้นไม้ใหญ่3ต้น ที่โค่นล้มขวางอยู่ในโรงเรียนให้เสร็จเรียบร้อย เพราะห่วงความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเป็นสำคัญ ซึ่งต้องหารือคณะครู กับกรรมการสถานศึกษาอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดทำการเรียนการสอนให้เด็กนักเรียนมาโรงเรียนได้ตามปกติในวันที่ 21 พ.ค.นี้