นายมนัส ฮวดจึง ประธานชมรมชาวสวน จ.ปราจีนบุรีกล่าวว่า "จ.ปราจีนบุรีได้ทำข้อบงชี้หรือเรียกว่าทุเรียน GI ตอนนี้ก็ขึ้นไว้ 7 สายพันธุ์ด้วยกันสายพันธุ์แรกก็คือพันธุ์ชะนี, พันธุ์หมอนทอง, พันธุ์ก้านยาว, พันธุ์กระดุมทอง ส่วนพันธุ์พื้นเมืองก็จะมีพรรณชมพูสี, กบชายน้ำแล้วก็กำปั่น ซึ่งทุเรียน GI จะเป็นรูปลักษณ์ของทุเรียนกินทุเรียนปราจีนฯว่ามีรูปร่างอย่างไรยกตัวอย่างเช่นพันธุ์หมอนทองรูปลักษณ์ภายนอกหนามแหลมเปลือกบางสีเปลือกจะเป็นสีน้ำตาลค่อนข้างไปน้ำตาลเข้มรูปลักษณ์ภายในเนื้อจะมีสีเหลือง ละเอียด เหนียวหวานมัน
"เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดปราจีนบุรีมี 5 อำเภอด้วยกันอำเภอแรกก็คืออำเภอเมือง, อำเภอประจันตคาม อำเภอกบินทร์บุรี, อำเภอศรีมหาโพธิและสุดท้ายก็คืออำเภอนา ที่จะได้ตรารับรองทุเรียน GI" นายมนัสกล่าว
นายมนัส กล่าวต่อไปว่า "สำหรับราคาทุเรียน GI ปราจีนฯตอนนี้พันธุ์หมอนทอง 150 -170 บาท, พันธุ์ชะนี 100 - 120 บาท, พันธุ์ก้านยาวราคา 250 - 300 บาทต่อกิโลกรัม"
ด้านนางชำเลือง สีหราช อายุ 56 ปี กล่าวว่า "เป็นชาวสวนผลไม้ชื่อสวนสามสาว ทำรวม 40 ไร่ปลูกทุเรียน, ส้มโอ, กระท้อนอยู่บ้านหนองชะอม ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี ในงานวันเกษตรทุเรียนขายดีโดยเฉพาะพันธุ์หมอนทองราคา 150 บาท/กก. พันธุ์ก้านยาวราคา 270 บาท /กก.แต่เปรียบเทียบในงานวันเกษตร ปีนี้ขายซบเซา รายได้ดีไม่เหมือนปีที่ผ่านมารายได้ 7,000-8,000 บาท /วัน"
ด้านนางสว่าง สมพงษ์ อายุ 52 ปี เป็นสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตําบลดงขี้เหล็ก (ส.อบต.) หมู่ 8 กล่าวว่า "หลังประกาศทุเรียน GI ปราจีนบุรีปีนี้ได้นำทุเรียนหมอนทอง มาจำหน่ายหน้าสวนในกิโลกรัมละ 150 บาท พบว่าขายดีสร้าง รายได้เฉลี่ยมากกว่าวันละ 4,00-5,000 ถึง 10,000บาท /วันโดยราคาทุเรียน GIหมอนทองขายทั้งลูกราคา 1,000 บาท/ลูก"
ขณะที่นางรินลดา จิตติวนาวรรณ์อายุ 59 ปีกล่าวว่า "ทำสวนชื่อสวนล้อเจริญนำทุเรียนพันธุ์หมอนทองมาขายหน้าสวนริมถนนในราคากิโลกรัมละ 150 บาทในวันเสาร์ -วันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะพากันมาซื้อผลไม้ปราจีนฯแท้ ๆ ที่สวนทำให้ขายดีมาก"
ในวันหยุดพักผ่อน หรือ วันปกติให้มาชิม ชม ช๊อป ที่งานวันเกษตรปราจีนบุรี หรือมาเที่ยวชมสวนเกษตรกร จะได้ทั้งผลไม้คุณภาพ และการพักผ่อนที่มีความสุขอีกแห่งหนึ่ง