เนชั่นทีวี

ข่าว

บก.จร.เอาจริง ดีเดย์ ใช้ระบบตรวจจับ "จอมปาด"

09 พ.ค. 2561 | nation_ent

บก.จร.เอาจริง ดีเดย์ ใช้ระบบตรวจจับ "จอมปาด"

บก.จร.เอาจริง ดีเดย์ ใช้ระบบตรวจจับ "จอมแทรก จอมปาด" 15 จุดทั่วกรุงฯแล้ว พร้อมเปิดรายได้บางส่วนเงินค่าปรับ พบเกือบครึ่งเข้ากระเป๋าตำรวจ เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 9 พ.ค.2561 ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ถ.วิภาวดีรังสิต

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผบก.จร. พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์ รอง ผบก.จร. ร่วมกับ บริษัท นิวซีโน่ (ประเทศไทย) จำกัด , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) , สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมแถลงข่าว "บก.จร.เอาจริง ดีเดย์ ใช้ระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนเปลี่ยนช่องเดินรถในเขตห้าม(Lane Change Camera System)" และสาธิตแสดงการทำงานของระบบดังกล่าว โดยจะเริ่มใช้ระบบดังกล่าวตั้งแต่วันพุธที่ 9 พ.ค. เป็นต้นไป



พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดปัญหาเรื่องอุบัติเหตุในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้กวดขันวินัยจราจร แต่ก็ยังคงมีผู้ฝ่าฝืนจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีปาดหน้า หรือเบียดเเซง บริเวณทางขึ้นสะพานและทางลงอุโมงค์ลอดทางแยก สร้างปัญหาทำให้เกิดอุบัติเหตุและการจราจรติดขัด จากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับ และยังเป็นการลดปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่ โดยการติดตั้งระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนเปลี่ยนช่องทางเดินรถในเขตห้าม โดยแต่ละจุดจะมีป้ายแจ้งเตือน 3 ระยะ คือ ในระยะ 100 เมตร , 50 เมตร และ 30 เมตร ก่อนถึงจุดตรวจจับ ในส่วนของระบบการตรวจจับ แต่ละจุดจะมีกล้อง 4 ตัว ทำงานอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกล้องมีความละเอียดสูง 2 ล้านเมกกะพิกเซลล์ ภาพคมชัดทั้งกลางวันกลางคืน และทุกสภาพอากาศ สามารถเก็บข้อมูลไว้ได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี ระบบจะดำเนินการตรวจจับเมื่อพบการกระทำผิด กล้องจะบันทึกข้อมูลทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว จากนั้นจะส่งข้อมูลมายัง ศูนย์ควบคุม บก.02 เพื่อตรวจสอบ ทะเบียนยี่ห้อ รุ่น สีรถ และชื่อผู้ครอบครอง ว่าตรงกับข้อมูลภาพหรือไม่ หากถูกต้องครบถ้วนจะดำเนินการออกใบสั่ง และส่งไปยังระบบ PTM (Police Ticket Management) ของธนาคารกรุงไทย เพื่อออกบาร์โค้ดกลับมา



จากนั้นเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเก็บเป็นหลักฐานในการออกใบสั่ง ส่งไปยังผู้ครอบครองรถภายใน 7 วัน สำหรับความผิดข้อฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นที่ ตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21ประกอบ มาตรา 152 มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในเบื้องต้น บก.จร.จะปรับไม่เกิน 500 บาท โดยสามารถชำระค่าปรับได้ตามเคาร์เตอร์และตู้ ATM ของ ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือสถานที่ที่ระบุไว้ตามใบสั่ง



"ทาง บก.จร จะเริ่มดำเนินการตรวจจับตั้งแต่ วันที่ 9 พ.ค.61 เป็นต้นไป จึงขอประชาสัมพันธ์ ไปยังพี่น้องประชาชนให้ปฎิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายเพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุการจราจร"




15 จุดที่ติดตั้งกล้องเสร็จเรียบร้อยแล้วและเปิดใช้งาน ได้แก่
1.สะพานข้ามแยกบางเขน ถ.งามวงศ์วาน ขาเข้า
2. สะพานข้ามแยกศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก
3. ทางลอดแยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า
4. สะพานข้ามแยกบรมราชชนนี ถนนบรมราชชนนี ขาออก
5. สะพานข้ามแยกวงเวียนบางเขน ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า
6. สะพานข้ามแยกราชเทวี ถนนเพชรบุรี ขาออก
7. แยกสามเหลี่ยมดินแดง ถนนดินแดง ขาเข้า
8. สะพานข้ามแยกประชานุกูล ถนนรัชดาภิเษก ขาออก
9. สะพานศิริราชด้านถนนอรุณอมรินทร์ ถนนอรุณอมรินทร์ ขาออก
10. แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถ.ลาดพร้าว ขาเข้า
11. แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว ขาเข้า
12. สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง ถนนรัชดาภิเษก ขาออก
13. สะพานข้ามแยกพระราม 4 ถนนรัชดาภิเษก ขาออก
14. สะพานพระพุทธยอดฟ้า ถนนประชาธิปก ขาเข้า
15. สะพานข้ามแยกกำนันแม้น ถ.กัลปพฤกษ์ ขาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเงินค่าปรับที่ได้นั้น จะมีการแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกันคือ 1.แบ่งให้กับทาง กทม. หรือเทศบาล 50 เปอร์เซ็นต์ , 2.เงินรางวัลของเจ้าหน้าที่ 47.5 เปอร์เซ็นต์ , 3.กองทุนสืบสวน 2.475 เปอร์เซ็นต์ และ 4.เข้าคลัง หรือเป็นรายได้แผ่นดิน 0.025 เปอร์เซ็นต์


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีตัวเลขการตรวจจับจากกล้องวงจรปิด พบว่าภายใน 1 เดือน มีผู้กระทำผิดสูงถึงกว่า 2 แสนราย และหากมีการแบ่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ฯ หรือผู้จับกุม ก็จะเป็นตัวเลขที่สูงมาก ขณะที่เงินส่วนแบ่งที่จะเข้าคลัง หรือเข้าแผ่นดินนั้น จากการตรวจสอบพบว่า มีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่อุปกรณ์ในการตรวจจับ ก็มาจากเงินภาษีของประชาชน แต่จำนวนรายได้ที่ส่งเข้าคลังนั้น กลับมีเพียงน้อยนิด

ข่าวล่าสุด