ป.ป.ช.หอบสำนวน 21 ลังฟ้อง "ทักษิณ" ปฏิบัติหน้าที่มิชอบอนุมัติคลังฟื้นฟู TPI
07 พ.ค. 2561 | jirasin_yin

ป.ป.ช.หอบสำนวน 21 ลังฟ้องเอง"ทักษิณ"ปฏิบัติหน้าที่มิชอบอนุมัติคลังฟื้นฟู TPI ทั้งที่ไม่มีอำนาจขัดพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯศาลฎีกาฯ รอเลือกองค์คณะ 9
ข่าว
07 พ.ค. 2561 | jirasin_yin

ป.ป.ช.หอบสำนวน 21 ลังฟ้องเอง"ทักษิณ"ปฏิบัติหน้าที่มิชอบอนุมัติคลังฟื้นฟู TPI ทั้งที่ไม่มีอำนาจขัดพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯศาลฎีกาฯ รอเลือกองค์คณะ 9
7 พฤษภาคม 2561 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้นำสำนวนการไต่สวนพร้อมเอกสารหลักฐาน 21 กล่อง 120 แฟ้ม ที่มีมติชี้มูลความผิดอาญา "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
กรณีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ อันเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน มายื่นฟ้อง "นายทักษิณ"อายุ 69 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
โดยศาลนำคดีเข้าสู่ สารบบความหมายเลขดำ อม.40/2561 เพื่อจะพิจารณาและมีคำสั่งต่อไปว่าคดีอยู่ในอำนาจศาล และคำฟ้องถูกต้องตามกฎหมายที่จะประทับรับฟ้องไว้พิพากษาได้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามขั้นตอนเมื่อมีการยื่นฟ้องคดีแล้ว ต่อไปจะต้องกำหนดนัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้ง 176 คน เพื่อเลือกผู้พิพากษาระดับตั้งแต่ผู้พิพากษาศาลฎีกาขึ้นไปหรือผู้พิพากษาอาวุโสระดับศาลฎีกา รวม 9 คนเพื่อมาเป็นองค์คณะพิจารณาคดีและเลือกผู้พิพากษา 1 ใน 9 ดังกล่าวเป็นเจ้าของสำนวนต่อไป
สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด เมื่อวันที่ 16 ก.ค.53 ด้วยคะแนน 6 ต่อ 2 ซึ่งการไต่สวนของ ป.ป.ช.พบว่า ระหว่าง "นายทักษิณ" เป็นนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมี ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง ได้มาหารือเรื่องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัททีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน และนายทักษิณให้ความเห็นชอบการดำเนินการดังกล่าว โดยการที่กระทรวงการคลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูของทีพีไอเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 มาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ
ส่วน ร.อ.สุชาติ ที่ยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของบริษัททีพีไอ ก็มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ เช่นกัน แต่ ร.อ.สุชาติ ได้ถึงแก่กรรม ป.ป.ช.จึงให้จำหน่ายคดี
อย่างไรก็ดีคดีนี้ ถือเป็นสำนวนที่ 7 ที่ "นายทักษิณ" อดีตนายกฯ ถูกยื่นฟ้องนับจากพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2549 โดยสำนวนแรก คือ คดีซื้อขายที่ดิน ย่านรัชดาภิเษกซึ่งคุณหญิงพจมานอดีตภริยา ไปเป็นคู่สัญญาร่วมกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง ซึ่งศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาไปแล้วให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา "นายทักษิณ" ตั้งแต่ปี 2552
สำนวนที่ 2 คดีอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีแพ่ง "นายทักษิณ" มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ขอให้ทรัพย์สินหลายหมื่นล้านตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาแล้วเมื่อปี 2553 ให้ทรัพย์สินของนายทักษิณ และครอบครัว มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน
สำนวนที่ 3 คดีอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องกรณีกล่าวหาแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพาสามิต ด้วยการตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพาสามิต ( พ.ศ.2527) พ.ศ.2546 เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้คดีรอดำเนินกระบวนการพิจารณาใหม่ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) ฉบับใหม่ พ.ศ.2560 โดยศาลฎีกาฯ นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 10 ก.ค.นี้. เวลา 09.30 น.
สำนวนที่ 4 คดีอัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง กรณีกล่าวหาร่วมกับอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปล่อยกู้ให้กลุ่มกฤษดามหานครโดยทุจริต , สำนวนที่ 5 คดี ป.ป.ช. ยื่นฟ้องเอง กรณีกล่าวหาปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงค์) ให้กับรัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท เอื้อประโยชน์ธุรกิจกลุ่มชินคอร์ปฯ , สำนวนที่ 6 คดี ป.ป.ช. ยื่นฟ้องเอง กรณีกล่าวหา ร่วมกลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) โดยมิชอบ ซึ่งทั้งสามสำนวน อยู่ระหว่างรอศาลฎีกาฯ มีคำสั่งกระบวนการพิจารณาใหม่ ตาม วิ อม.ภายหลังอัยการสูงสุดและ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา
โดยสำนวนคดีเอ็กซิมแบงค์ ศาลฎีกาฯ นัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ส่วนสำนวนหวยบนดิน นัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 25 ก.ค.นี้