นายจตุภูมิ มีเสนา หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า มช. กล่าวว่า การฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้องใช้ระยะเวลานานในการฟื้นฟู จากการวิจัยพบว่าการฟื้นฟูพื้นที่ป่าจะต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูประมาณ 20,000-25,000 บาท/ไร่ ซึ่งต้องทำการผลิตกล้าไม้ สำรวจพื้นที่ ดูแลแปลง ใส่ปุ๋ย สำหรับพื้นที่ในบริเวณบ้านพักตุลาการที่ต้องทำการฟื้นฟูประมาณ 58 ไร่ ใช้งบประมาณ 1.45 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังไม่รวมค่าเสียหายที่เกิดจากการขุดหน้าที่ออกไป ซึ่งกว่าที่พื้นที่ดังกล่าวจะสะสมธาตุอาหารที่จำเป็นต่อต้นไม้ต้องใช้เวลาประมาณ 80 ปี ซึ่งขณะนี้ได้สูญเสียไปแล้ว จริงแล้วพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในทางกฎหมายจะต้องมีต้นไม่อยู่ 25 -40 ต้นแต่พื้นที่ดังกล่าวมีต้นไม้อยู่เยอะกว่านี้แน่นอน พื้นที่ดังกล่าวจึงไม่ใช่พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วหน่วยงานฟื้นฟูป่า จะต้องเข้ามาเป็นหน่วยงานท้ายๆ ที่จะเข้ามาฟื้นฟู ในความเห็นส่วนตัว การฟื้นฟูป่าที่จะให้กลับไปเหมือนเดิมจะใช้เวลานานมาก ปรับพื้นที่หน้าดินในลักษณะที่ดำเนินการอยู่ การฟื้นฟูอาจจะไม่สามารถกลับมาเป็นป่าได้เหมือนเดิมในระยะเวลาอันสั้น หรือาจจะไม่ได้เห็นป่ากลับมาเหมือนเดิมในช่วงชีวิตของตนเอง แต่หากจะดำเนินการฟื้นฟูก็ควรจะเร่งดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป หน่วยงานวิจับฟื้นฟูป่า พร้อมที่จะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำและปรึกษาในการฟื้นฟูพื้นที่
นายสุมิตรชัย หัตถสาร ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิ ชุมชนท้องถิ่น กล่าวว่า การเข้าไปก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการในบริเวณดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เรื่องการตีความของกฎหมายว่าเป็นที่ราชพัสดุหรือเป็นพื้นที่ป่า ซึ่งในแง่ของกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ต้องมาพิจารณากันอีกครั้งเพื่อความชัดเจนของพื้นที่ เนื่องจากมีสถานะทางกฎหมายทับซ้อนกัน 2-3 ข้อกฎหมาย ต้องมาตีความประกับกันโดยใช้กฎหมายหลายตัวเข้ามาตีความ การที่หน่วยงานภาครัฐเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าว เพื่อปลุกสร้างอาคารที่พักอาศัย และบ้านพักข้าราชการ ซึ่งไม่คำนึงถึงความเสียหายของสภาพแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ นอกจากนั้นการตัดสินใจเข้าไปก่อสร้างบ้านพักในบริเวณดังกล่าวยังขาดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ พื้นที่ จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีความโปร่งใสในการดำเนินการ ตรวจสอบไม่ได้ ชาวบ้านไมได้เข้าไปมีส่วนร่วม การก่อสร้างไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องสูญเสียไป