พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ยังคงมุ่งเป้าไปยังเรื่องของคดียาเสพติดที่ผ่านมาเป็นสำคัญเหมือนเดิม โดยสาเหตุที่เป็นปมการลอบยิงอาจเป็นการใช้ภาษาม้งซึ่งที่ผ่านมาทางราชการได้ขอความร่วมมือกับทางกำนันในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง เพราะโดยตำแหน่งก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้วในเรื่องของการจัดหาล่ามแปลเป็นภาษาม้งกรณีมีการจับกุมคดียาเสพติดหรือขยายผลต่างๆ ซึ่งก็อาจสาเหตุหนึ่ง
โดยการสืบทราบพบว่าก่อนเกิดเหตุยิงถล่มครั้งนี้มีผู้ที่อาฆาตถึงขั้นจะเอาชีวิตนายทวีศักดิ์โดยเจ้าตัวก็รู้ตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อลงมือจนแล้วเสร็จแล้วก็ได้หลบหนีไปโดยสืบทราบว่ามีหลายคนทั้งกลุ่มคนวางแผน สั่งการ ลงมือ โดยบางส่วนหลบหนีไปอยู่ในฝั่ง สปป.ลาว แล้วแต่เชื่อว่าบางส่วนยังอยู่ฝั่งไทย ทั้งนี้เชื่อมโยงกับทั้ง 2 คดี คือ จับกุมยาบ้าได้จำนวน 9.4 ล้านเม็ด และยาไอซ์และเคาตามีน 788 กิโลกรัมในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน เมื่อวันที่ 2 เม.ย.และคดีจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาไอซ์ 260 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน พื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา
ผบช.ภาค 5 กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบอีกว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ยังมีอยู่ด้วยกันถึง 3 คน เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น โดยใช้อาวุธปืนเอเค-47 หรืออาก้า จำนวน 2 คน และปืนลูกซองยาวจำนวน 1 คน ซึ่งก็ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานและสอบพยานต่างๆ อีกระยะหนึ่งต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 บช.ปส.กล่าวว่าจากการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ และนำมาเปรียบเทียบกับชุดคลี่คลายคดีของ ภ.5 ในครั้งนี้พบว่าตรงกันทำให้ทราบถึงกลุ่มต่างๆ แล้ว จึงเหลือเพียงการตรวจหาข้อมูลหลักฐานและพยานต่างๆ มาประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุมก่อนมีการดำเนินการต่อไป