จากภาพนี้ครอบครัวสองเกาหลีที่พลัดพรากหวังกลับมาอยู่พร้อมหน้าอีกครั้ง ! และนี่เป็นภาพของแรงบันดาลใจว่า ประตูทางออกของความขัดแย้งเปิดอยู่เสมอ และสันติภาพคือแสงสว่างที่อบอุ่นที่สุด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ภาพการจับมือกันของผู้นำประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่ปรากฎวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ มันทำให้ผมนึกถึงงานรวมญาติเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้นาน 1 สัปดาห์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ท่ามกลางการร่ำลาทั้งน้ำตาของครอบครัวที่พลัดพรากเพราะสงครามเกาหลีเมื่อกว่า 60 ปีก่อน


ผมกลับไปย้อนดูในถังข่าวพบบทความ "เรื่องเล่าจากงานรวมญาติสองเกาหลี" คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ โดยคุณอุไรวรรณ นอร์มา ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์คมชัดลึกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 เล่าเรื่องราวของ "คัง นึง ฮวาน"  ชายชราวัย 93 ปี พบลูกชายเป็นครั้งแรก เมื่อตอนที่พลัดพรากจากภรรยาระหว่างสงคราม เขาไม่เคยรู้ว่าภรรยาของเขาตั้งครรภ์อยู่ เขาได้พบลูกชายคนนี้ครั้งแรก ก็อยู่ในวัย 64 แล้ว ทั้งสองสวมกอดและร้องไห้อยู่นาน


ส่วน "คิม มยอง บ็อก" ชายวัย 68 ปี บอกพี่สาวจากเกาหลีเหนือที่แก่กว่าสองปีว่า พ่อรอคอยและอยากเห็นพี่สาวมาตลอด แต่พ่อตายไปก่อนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และได้นำจดหมายฉบับหนึ่งที่พ่อเขียนไว้ให้ พร้อมเล่าว่า พ่อพูดถึงพี่ตลอด ผู้เป็นน้องชายกล่าวด้วยว่าไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะได้พบพี่สาว 


เป็นที่น่าสังเกตว่าในบรรดาครอบครัวสองฝ่ายที่พบกันในงานรวมญาตครั้งนี้ มี 5 คนที่เป็นญาติพี่น้องที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวไปในระหว่าง และหลังสงครามยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ปกตินักสำหรับงานรวมญาติ


งานรวมญาติ เปิดโอกาสให้ชาวเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่ได้รับการคัดเลือกได้พบหน้ากันจริงๆ เพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น โดยแบ่งออกเป็น 6 ครั้ง ครั้งละ ละ 2 ชั่วโมง รวมถึงการรับประทานมื้อเที่ยงและมื้อค่ำพร้อมกันทั้งหมด และได้มีเวลาเป็นการส่วนตัวเพียงครั้งเดียว ซึ่งผู้ร่วมงานนี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยชราอายุระหว่าง 80-90 ปีเศษ การจากกันวันนี้จึงอาจเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตของพวกเขา


งานรวมญาติสองเกาหลี จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2528 และจัดเรื่อยมาเป็นระยะขึ้นลงตามความสัมพันธ์สองเกาหลี รวม 18 ครั้ง ก่อนระงับยาวมาถึงครั้งล่าสุด นับจากเกาหลีเหนือยิงถล่มเกาะยังเพียง เกาะชายแดนของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน เมื่อปี 2553  

 

คำแนะนำสำหรับญาติชาวเกาหลีใต้ในการเตรียมหัวข้อสนทนาที่เหมาะสมเรื่องหนึ่ง คือ "หลีกเลี่ยงการพูดคุยความลำบากยากแค้นทางเศรษฐกิจหรือการเมืองในเกาหลีเหนือ" และถึงอยากจะมอบขอบขวัญสุดพิเศษอย่างไร แต่ญาติเกาหลีใต้ไม่อาจนำข้าวของหรูหรา อาทิ นาฬิกาแพง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าไปให้ญาติเกาหลีเหนือได้ เพราะเป็นเรื่องต้องห้าม และมีรายงานว่า ของขวัญยอดนิยมอย่างหนึ่งที่ญาติเกาหลีใต้นำไปให้เกาหลีเหนือคือขนม ช็อกโค พาย นอกนั้นเป็นยารักษาโรค อาทิ ยาแก้ปวด   

 

นับจากปี 2531 มีชาวเกาหลีใต้ราว 129,000 คน ลงทะเบียนกับกระทรวงรวมชาติว่ามีครอบครัวอยู่ในเกาหลีเหนือ ร้อยละ 44 ของจำนวนนี้หรือกว่า 57,000 คน เสียชีวิตแล้ว ส่วนที่ยังมีชีวิตอยู่อีกกว่า 70,000 คนนั้น ครึ่งหนึ่ง อายุเกิน 80 ปี  

 

                        

เกาหลีเหนือ - เกาหลีใต้แยกประเทศกันด้วยสาเหตุอะไร  


อาณาจักรเกาหลีถูกญี่ปุ่นยึดครองในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นแพ้สงครามเนื่องจากโดนนิวเคลียจากอเมกาใน 2 เมืองคือฮิโรชิม่า และ นางาซากิ และเนื่องจากเป็นผู้แพ้สงครามแผ่นดินในประเทศเกาหลีถูกแบ่งให้ผู้ชนะ


ประเทศผู้ที่ชนะสงครามโลกครั้งที่ 3 มี 2  ประเทศใหญ่คือ โซเวียต (เผด็จการ)  และ อเมริกา (ประชาธิปไตย) เกาหลีจึงถูกแบ่งเป็นสองส่วนให้ผู้ชนะ อเมริกาจัดตั้งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ขึ้นโดยมีเมืองหลวงที่กรุงโซล ใช้ระบบการปกครองประชาธิปไตย ส่วนทางเหนือที่โซเวียตปกครองตั้งรัฐบาลที่ศรัทธาคอมมิวนิสต์ โดยให้นาย คิม อิล ซุง เป็นผู้นำสูงสุด มีเมืองหลวงที่กรุงเปียงยาง ในชื่อประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเหนือ


ต่อมาเมื่อเข้าสู่ช่วงสงครามเย็น เกาหลีเหนือต้องการจะให้เกาหลีมีเพียงเกาหลีเดียว จึงเปิดฉากโจมตีเกาหลีใต้โดยข้ามเส้นขนาดที่ 38 


อเมริกา และประเทศอื่นๆ รวมถึงกองทัพไทย เข้ามาช่วยรบตีต้อนเกาหลีเหนือขึ้นไปจนเกาหลีเหนือเหลือแต่แผ่นดินขอบบนๆ เท่านั้น แต่เกาหลีเหนือก็ตีต้อนเกาหลีใต้กลับมาได้จนถึงบริเวณเส้นขนานที่ 38 อีกครั้ง และยุติด้วยการทำสนธิสัญญา "หยุดยิง" ระหว่าง 2 ประเทศที่บริเวณหมู่บ้านปันมุนจอม 


ภาพประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ถูกบันทึกในวันนี้การพบกันของ "คิม จอง อึน" กับ "มูน แจ อิน" ที่หมู่บ้านปันมุมจอม คงจะสร้างความหวังให้กับครอบครัวที่พลัดพรากกันเพราะการแบ่งประเทศ ให้กลับมาอยู่พร้อมหน้า แม้ปู่ ย่า พ่อ แม่อาจล้มหายตายจากไปบ้างแล้ว แต่อย่างน้อยก็ได้พบคนที่เป็นญาตพี่น้อง ที่มีบรรพบุรุษคนเดียวกัน 


นักวิเคราะห์ยังคงทำหน้าที่หาคำตอบว่าภาพวันนี้เกิดได้อย่างไร แต่สำคัญที่สุดคือนี่เป็นภาพของแรงบันดาลใจว่าประตูทางออกของความขัดแย้งเปิดอยู่เสมอ และสันติภาพคือแสงสว่างที่อบอุ่นที่สุด