จากกรณีที่ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ออกมายืนยันตอบคำถามผู้ถือหุ้น ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าเสือดำ และล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า สำนวนพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ ได้สรุปความเห็นส่งพนักงานอัยการไปแล้ว ว่าร่วมกันดำเนินการ ซึ่งทางพนักงานอัยการมีความเห็นฟ้องแล้วเรื่องการล่าสัตว์ป่า ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมต้องไปสิ้นสุดกันที่ศาล ไม่ว่านายเปรมชัย จะยืนยันตนเองอย่างไร ส่วนตัวก็ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ส่วนกรณีที่สังคมโชเชียลตั้งข้อสงสัยหลังจากนายเปรมชัย ยืนยันในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่าไม่ได้ฆ่าเสือดำ และอาจจะหลุดคดีนั้น ขอสังคมอย่าคิดแทนอัยการ อย่าคิดแทนศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังเกตว่า ตำรวจจะหยิบประเด็นเล็กน้อย มาดำเนินการแทนประเด็นการล่าสัตว์ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ทุกประเด็นเป็นเรื่องที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร้องทุกข์มา เราก็ต้องดำเนินการสอบสวนให้ครบถ้วนตามที่เขาร้องทุกข์มา จะเล็กน้อย จะใหญ่แค่ไหน มันไม่เกี่ยว เพราะมันเกี่ยวว่าจะผิด หรือไม่ผิดมากกว่า
เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้กลายเป็นว่านามสกุลของนายเปรมชัย จะมีผลต่อกระบวนการยุติธรรม พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวย้ำว่า นามสกุล ไม่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย กฎหมายระบุไว้ว่าคุณทำผิด ทำถูกหรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนยืนยันว่า เรารวบรวมหลักฐาน และพิจารณาไปตามกฎหมายบ้านเมือง ขอย้ำว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศรองผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า ส่วนความเห็นแย้งที่ส่งให้อัยการสูงสุด ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีความเห็นอย่างไร เบื้องต้นทราบเพียงว่าคณะกรรมการอยู่ในการพิจารณายังไม่เสร็จสิ้น ตามขั้นตอนถ้าอัยการสูงสุดมีความเห็นอย่างไร ก็ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ส่วนสำนวนคดีการติดสินบนเจ้าพนักงาน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่อัยการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 กำลังพิจารณา ตนขอยืนยันเช่นเดิมว่ามีความมั่นใจในสำนวนคดีร้อยเปอร์เซ็นต์