ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 9 ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว ที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทย โดยได้มีการปิดล้อมตรวจค้นทั้งหมด118 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด 99 ราย เผยแฝงตัวเป็นครูสอนภาษา จี้ค้นร.ร.นานาชาติอีก 74 แห่ง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

รองผบช.ทท.บุกทลาย118จุดเครือข่ายต่างชาติลอบก่ออาชญากรรม แฝงตัวเป็นครูสอนภาษา จี้ค้นร.ร.นานาชาติ




เมื่อเวลา 02.00น. วันที่ 26 เม.ย. ที่โรงแรมมณฑียร ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก และพ.ต.ท.ภูริส จินตรานันท์ รอง ผกก.ป.สน.บางรัก กำลังตำรวจ บก.สปพ. หน่วยอรินทราช 26 กก.สุนัขตำรวจ หน่วยรบพิเศษสยบไพรีจากบช.ปส. ตำรวจ บช.ก. ตำรวจ สตม. และ ตำรวจ สน.บางรัก ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 9 ทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและการท่องเที่ยว ที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทย



โดยได้มีการปิดล้อมตรวจค้นทั้งหมด118 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด 99 ราย ในข้อหาหลักประกอบไปด้วย "เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา , อินเดีย และเยอรมัน "เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติเมียนมา , ลาว และอินเดีย

รองผบช.ทท.บุกทลาย118จุดเครือข่ายต่างชาติลอบก่ออาชญากรรม แฝงตัวเป็นครูสอนภาษา จี้ค้นร.ร.นานาชาติ

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เป็นปฏิบัติการที่ช่วยกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติ โดยเฉพาะต่างชาติผิวสี ที่เข้ามาในประเทศ และแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรม ซึ่งส่งผลกระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปฏิบัติการพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งในพัทยา หาดใหญ่ และเกาะสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้นโรงเรียนนานาชาติอีก 74แห่ง เนื่องจากชาวต่างชาติผิวสีมักจะแฝงตัวเป็นครูสอนภาษา และอยากจะขอความร่วมมือจากโรงเรียนนานาชาติทุกแห่งอย่ารู้เห็นเป็นใจ ทำเรื่องรับรองนักท่องเที่ยวต่างชาติจากวีซ่านักท่องเที่ยว มาเป็นวีซ่านักเรียน เพราะถือว่ามีความผิดสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

รองผบช.ทท.บุกทลาย118จุดเครือข่ายต่างชาติลอบก่ออาชญากรรม แฝงตัวเป็นครูสอนภาษา จี้ค้นร.ร.นานาชาติ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบต่างชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งกลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) และยาเสพติด ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติผิวสี ทั้งไนจีเรีย และกินี บางรายมีเงินในบัญชี3-4แสนบาทโดยไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งภายหลังการจับกุมจะทำการตรวจดีเอ็นเอเพื่อเป็นข้อมูลขึ้นบัญชีดำ และผลักดันกลับประเทศต้นทางเพื่อไม่ให้กลับมากระทำความผิดในประเทศไทยได้อีก อย่างไรก็ตามจากการปฏิบัติการ1,024ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า4,000ราย และพบว่าการก่อเหตุอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่เมืองหลวงลดลงอย่างมากอีกด้วย




นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. สามารถจับกุม นายเอสซีโอชา เอ็นนัมดิลัคกี้ ( MR.EZEOCHA NNAMDILUCKY ) อายุ 35 ปี สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 138/2561 ลงวันที่ 10 เมษายน 2561 ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถจับกุมได้ในในห้องพักย่านเฉลิมพระเกียรติ ร.9

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายเอสซีโอชา เอ็นนัมดิลัคกี้ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 138/2561 ลงวันที่ 10 เมษายน 2561 พักอาศัยอยู่บริเวณ ดีคอนโด ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อพบชาวต่างชาติตำหนิรูปพรรณเดียวกับผู้ต้องหา จึงแสดงหมายจับ และเข้าจับกุมผู้ต้องหาก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายเอสซีโอชา เอ็นนัมดิลัคกี้ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 138/2561 ลงวันที่ 10 เมษายน 2561 พักอาศัยอยู่บริเวณ ดีคอนโด ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อพบชาวต่างชาติตำหนิรูปพรรณเดียวกับผู้ต้องหา จึงแสดงหมายจับ และเข้าจับกุมผู้ต้องหาก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบ นายเอสซีโอชา เอ็นนัมดิลัคกี้ ( MR.EZEOCHA NNAMDILUCKY ) ถือวีซ่าประเภท คนอยู่ชั่วคราว (NON-90) อุปการะเลี้ยงดูครอบครัว (มีภรรยาและบุตรเป็นคนไทย)