ต่อมาตำรวจจึงออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาของขบวนการนี้ ที่เป็นทั้งเจ้าของบริษัท เครือข่ายในการจัดจำหน่าย หาลูกทีม และการทำการตลาด
ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 พลตำรวจตรี อังกูร คล้ายคลึง เปิดถึงเครือข่ายของขบวนการนี้ ที่เป็นทั้งเจ้าของบริษัท เครือข่ายในการจัดจำหน่าย หาลูกทีม และการทำการตลาด ตอนนี้ตรวจสอบเบื้องต้นมีทั้งหมด 8 คน และถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
คนแรก คือวรรณภา พวงสน หรือเฟิร์น เจ้าของบริษัท-หัวหน้าทีม กร พวงสน สามีของเฟิร์น ทำหน้าที่ดูแลการเงิน คนที่ 3 คือกสิทธิ์ วรชิงตัน ต่อมาคือไมยสิทธิ์ สว่างธรรมรัตน์ ทำหน้าที่จัดโรงเรียนสอนรวย คนที่ 5 พิร์นิธิ ติรณวัตถุภรณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้ว่ากลยุทธ์ คนที่ 6 ธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ์ คนที่ 7 ตรีชฎา ใจสบาย และคนที่ 8 มธุรส แดงสัมฤทธิ์ ทำหน้าที่เป็นผู้สั่งผลิตและจัดจำหน่าย โดยใช้ดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ และทำหน้าที่รีวิวให้ผู้บริโภคมั่นใจและหลงเชื่อว่าสินค้าดีมีคุณภาพ
แผนประทุษกรรมในการกระทำความผิด ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 บอกว่ากลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันเปิดบริษัทผลิตสินค้า ประเภทอาหารเสริม เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ไม่มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก อย.
บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 ยังบอกอีกว่า ขบวนการนี้จะมีโรงเรียนสอนรวย เพื่อสอนให้ลูกทีมขายสินค้าได้เป็นจำนวนมากในลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะคอยสอนว่าหากมีสินค้าควรจะจำหน่ายอย่างไร หรือถ้ามีการซื้อสินค้า 100 ชิ้นขึ้นไป ก็จะมีการสอนแต่งหน้า หรือถ้าซื้อ 1,000 ชิ้นขึ้นไป จะมีการสอนทำเฟซบุ๊ก และการขายสินค้าออนไลน์ เพื่อปั้นยอดไลค์ ยอดแชร์
ผู้สอนรวยคือ หญิงย้วย ที่สอนให้ลูกทีมคิดแคปชันเด็ดๆ สั้นๆ ชวนสงสัย เช่น "คิดบวกนะลูกนะ ปลุกไฟในตัวเอง" หากขายยาลดความอ้วน "85 บาทลดไป 3 โลฯ"
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคเชื่อในสินค้าของบริษัทนี้ เพราะว่ามีโฆษณา บิลบอร์ด มากมาย และเจ้าของก็ได้ไปออกรายการทีวีให้มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งกลยุทธ์การใช้ดาราดังๆ เน็ตไอดอลแชร์สินค้าจึงทำให้มีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก