การลงพื้นที่ของ "ทีมล่าความจริง" ได้พูดคุยกับพระลูกวัด และศิษยานุศิษย์ของ 3 วัดดัง ทั้งวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสัมพันธวงศาราม และวัดสามพระยา ซึ่งมีพระผู้ใหญ่ในวัดถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริต ได้ข้อมูลว่า ข่าวการทุจริตเงินอุดหนุนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่ปรากฏออกมาในช่วงนี้ เป็นความพยายามดิสเครดิตมหาเถรสมาคม โดยกลุ่มขบวนการที่ต้องการล้มล้างการปกครองของคณะสงฆ์ชุดปัจจุบัน
ข้อมูลที่ "ล่าความจริง" ได้รับมาจากฝั่ง 3 วัดดัง ยืนยันว่าการทุจริตเงินอุดหนุนประเภทต่างๆ หากเกิดขึ้นจริง ก็ไม่เกี่ยวกับพระผู้ใหญ่ เพราะการเบิกจ่ายงบเหล่านี้ หากย้อนไปช่วงก่อนปี 2555 ทางวัดต้องเขียนโครงการส่งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้อนุมัติเงินลงมา ทว่าตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา สำนักพุทธฯ จะเบิกจ่ายเงินให้กับทางวัดเอง โดยเฉพาะวัดขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อให้วัดไปบริหารจัดการกันเอง โดยมี "ไวยาวัจกร" เป็นผู้ดูแลเงินในส่วนนี้ ฉะนั้นเงินจึงไม่ได้เข้าบัญชีส่วนตัวของพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดเลย
นี่เป็นข้อมูลอีกด้านที่ล่าความจริงได้รับมา โดยตำแหน่ง "ไวยาวัจกร" หมายถึง คฤหัสถ์ หรือฆราวาสที่มีหน้าที่จัดการเงินและทรัพย์สินต่างๆ ของวัดแทนพระสงฆ์
สำหรับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปที่ถูกผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ปปป.นั้น ประกอบด้วย พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระเมธีสุทธิกร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ
พระผู้ใหญ่ 3 ใน 5 รูป คือ พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ และยังดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมด้วย