วันนี้ (17 เม.ย. 2561) อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายวิษณุ ทับเที่ยง บอกว่าหลังจากบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัด สัญชาติออสเตรเลีย บริษัทแม่ของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ฟ้องร้องรัฐบาลไทยหลัง คสช. ใช้ ม.44 ปิดเหมืองทอง ผิดข้อตกลงการค้าเสรีไทยออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 พฤจิกายน 2560 โดยที่ผ่านมามีการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างเอกชนกับรัฐบาลมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเข้าสู่การฟ้องร้องในชั้นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ ซึ่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ช่วยกันรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่สามารถใช้เป็นข้อต่อสู้ได้ โดยในระหว่างดำเนินการนี้ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะได้มากนัก เพราะเป็นเรื่องทางคดี มีความละเอียดอ่อน และส่งผลกระทบในเชิงกฎหมาย อาจทำให้เกิดการฟ้องร้องประเด็นอื่นๆจากการให้ข่าวตามมาอีก โดยหลังจากนี้ จะใช้เวลารวบรวมหลักฐานต่างๆให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน เมื่อขั้นตอนมีความคืบหน้ามากแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมอาจแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆนี้กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการตรวจสอบบ่อเก็บกากแร่ที่ 1 ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.สิรินาฏ เลาหะโรจนพันธ์ และ Dr.Yuji Mitsuhata จาก National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น พบข้อบ่งชี้การรั่วไหลของน้ำจาก TSF1 ถึงบ่อสังเกตการณ์ด้านใต้และตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลง เพื่อความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน