เมื่อช่วงต้นปีนี้ คือคดีของน้องณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ที่เธอออกมาร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกตำรวจออกหมายจับข้อหาฉ้อโกง บอกว่าเธอนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีเพื่อรับโอนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถึง 9 บัญชี แล้วก็มีผู้เสียหายไปแจ้งความไว้แล้วว่าถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำซื้อที่ดินเข้าบัญชีของเธอนับล้านบาท แต่เธอปฎิเสธไม่รู้เรื่อง บอกว่าน่าจะมีกลุ่มมิจชีพนำบัตรประชาชนใบเก่าที่แจ้งหายไปแล้วแอบเอาไปเปิดบัญชีเรื่องนี้มีตำรวจทำการสืบสวนอยู่นาน ในที่สุดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาแถลงบอกว่า น้องผู้หญิงคนนี้เป็นผู้เสียหายถูกขโมยบัตรไป ไม่ใช้เป็นผู้ต้องหาไม่เกี่ยวข้องกลับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือแก๊งโรแมนซ์สแกรม
ในที่สุดก็มีการไปถอนฝากขังที่ศาลจังหวัดตาก และยุติการสั่งฟ้องคดี แต่เธอก็ต้องติดคุกฟรีไป 2-3 วัน เรื่องนี้ทำให้หลายฝ่ายถามถึงมาตรการป้องกันความปลอดภัยของธนาคาร ไม่ตรวจสอบหน่อยหรือว่าหน้าคนเปิดไม่ตรงกับบัตร แล้วทางภาครัฐละมีมาตรการเตือนภัยประชาชนยังไงบ้างล่าสุดทางกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้ร่วมกับแบงค์ธนชาติ ได้ร่วมกันจัดทำสื่อเป็นคลิปวีดีโอสั้น "รู้จักกลลวง รู้ทันมิจฉาชีพ ปลอดภัยทางการเงิน" เพื่อให้ความรู้ประชาชนและเตือนภัย ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ รวมทั้งหมด 10 เรื่อง เราไปดูคลิปตัวอย่างกัน
สำหรับคลิปที่จัดทำออกมานี้ เป็นการจำลองเหตุการณ์จริงของกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ เช่น เหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงอ้างคืนเงินภาษี การหลอกซื้อทัวร์ต่างประเทศ และแก๊งโรแมนซ์สแกม รวมทั้งเหตุการณ์ที่มิจฉาชีพไปหลอกขายสลากรางวัลที่ 1 ให้กับคุณยายขายขนมหน้าธนาคารแห่งชาติ โชคดีเจ้าหน้าที่ธนาคารมีไหวพริบเลยช่วยคุณยายไม่ให้เสียเงินหลายแสนที่เก็บออมมาตลอดทั้งชีวิต คลิปทั้ง 10 เรื่องนี้จะถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊กและเว็ปไซด์ของดีเอสไอ และแบงค์ธนชาติ เดือนละ 1 เรื่อง
คุณ สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ผู้บริหารแบงค์ธนชาติ บอกว่า โครงการนี้เพื่อให้ข้อมูลความรู้และเตือนภัยประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมคำแนะนำเพื่อรับมือหากเจอมิจฉาชีพ มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน ถ้าแบ่งปันส่งต่อๆไปให้กัน ทุกคนก็จะรู้ทันกลโกงของมิจฉาชีพ ส่วนมาตรการป้องกันการรับจ้างเปิดบัญชี ทางแบงค์มีการพิสูจน์ตัวตน สอบถามอาชีพ หากข้อมูลไม่สอดคล้องกันก็จะไม่เปิดบัญชีให้ และมีการจับตากลุ่มรับจ้างบัญชีเปิดบัญชี กลุ่มนี้จะฝากเงินแค่ 300-500 บาท แต่มีเงินเข้าออกบัญชีมากผิดปกติ หรือถอน-โอนเงินในตี 3 ตี ซึ่งผิดปกติคนทั่วไป
ด้านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงษ์เมือง บอกว่า กลุ่มมิจฉาชีพส่วนใหญ่จะอยู่ในต่างประเทศ แล้วจะจ้างหน้าม้าให้ไปเปิดบัญชีรับโอนเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง แล้วโอนออกกลับไปต่างประเทศ ขอเตือนประชาชนอย่าไปรับจ้างเปิดบัญชี เพราะจะถูกดำเนินคดีอาญา ส่วนผู้ที่ถูกมิจฉาชีพโทรหลอกเงินรูปแบบต่างๆ อธิบดีดีเอสไอ บอกย้ำว่า หน่วยราชการจะไม่ใช้โทรศัพท์ติดต่อประชาชน และไม่ยุ่งกับเงินฝากของประชาชน หากมีการแอบอ้างขอให้ยุติการสนทนาทันที