จากกรณีโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่คลิปวีดิโอความยาวประมาณ 03.51นาที พร้อมข้อความระบุว่า"ทหารนอกแถว3นาย ออกมาหากิน กล่าวหา ผู้ประกอบการโรงแรม โดยอ้าง ม.13และ ม.44แล้วเรียกผลประโยชน์จากผู้ประกอบการโรงแรมมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเก็ต ผู้ประกอบการสุจริตในภูเก็ตเจอเป็นประจำ ระอามาก แต่ไม่มีใครกล้า"ซึ่งคลิปนี้ถ่ายโดยคนของโรงแรมเอง เกิดเรื่องเมื่อวันอังคารที่27มีนาคม พ.ศ.2561นี้เอง เพื่อนชื่อวิศิษฐ์ อยู่ในเหตุการณ์ ส่งมาให้ดู นี่เป็นABSOLUTED POWER CORRUPTIONอย่างแท้จริง คสช.จะจบเพราะทหารประเภทนี้
หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่คลิปออกไป และมีเรียกวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆวันนี้(1เม.ย.61)จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกอง ทัพภาค4ประจำจังหวัดภูเก็ต ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ10.00น. วันที่27มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาแต่ภาพที่มีการนำมาเผยแพร่นั้นเป็นเพียงบางส่วน ขณะเจ้าหน้าที่ทหาร ชุดเฉพาะกิจ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาค4นำโดย พ.ท.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม รอง ผบ.ร.25พัน.2และร.ต.วัฒนชัย คล่องประดิษฐ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปยัง โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อพบกับผู้บริหารโรงแรม ตามกระบวนการซักถามข้อเท็จจริง
หลังมีพนักงานโรงแรมดังกล่าวรายหนึ่งร้องเรียนมายัง บก.ควบคุม พล.ร.5ว่า"ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากถูกกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารมีคำสั่งปลดจากการเป็นพนักงาน หลังลากิจเป็นเวลา5วัน ตามสิทธิ์ที่บริษัทกำหนดแต่เนื่องจากกรรมการผู้มีอำนาจเซ็นคำสั่งอีก 1 คนไม่เซ็นจึงถือว่ายังไม่พ้นจากการเป็นพนักงาน จึงได้กลับเข้าไปทำงานต่อ แต่ระหว่างนั้นได้ถูกผู้บริหารคนดังกล่าวข่มขู่คุกคามจนเกิดความหวาดกลัวและได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมฯ รวมถึงชุดเจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าวเพื่อ ขอความช่วยเหลือและมีการทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการด้วย
ในการเดินทางเข้าไปพบผู้บริหารโรงแรมฯ ก่อนที่ พ.ท.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม รอง ผบ.ร.25พัน.2จะเดินทางมาถึง ซึ่งขณะนั้นผู้บริหารฯ อยู่ภายในโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว และแจ้งให้ทราบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ฯ มาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนฯซึ่งได้รับการเชิญให้ไปนั่ง และมีการซักถาม พร้อมต่อว่าเจ้าหน้าที่ฯ ตามเสียงที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่และเมื่อ พ.ท. สุรศักดิ์ฯเดินทางมาถึงก็ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการมาตรวจสอบกับผู้บริหารฯ คนดังกล่าว ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ2นาย อยู่ในเหตุการณ์ด้วย โดยชี้แจงว่า การเข้ามาพบนั้น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงตามที่มีการร้องเรียน แต่ทางผู้บริหารคนดังกล่าวแจ้งว่า ไม่ว่าง และขอเข้าไปพบในวันที่2เมษายนนี้ และจะนำเอกสารต่างๆ ไปแสดงเพื่อยืนยันว่า เรื่องที่ร้องเรียนนั้นไม่เป็นความจริงโดยใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ2ชั่วโมงก่อนจะแยกย้าย
อย่างไรก็ตามภายหลังมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ทางเจ้าหน้าที่ทหารฯ ก็ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอคลิปทั้งหมดของการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ มีความยาวประมาณ 05.13 นาที และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการไปหากินหรือเรียกผลประโยชน์จากผู้ประกอบการโรงแรมดังกล่าวขณะเดียวกัน พ.ท.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม รอง ผบ.ร.25พัน.2ได้ทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้ว
มีรายงานด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางพลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 ได้ให้นายทหารพระธรรมนูญ เตรียมฟ้องร้องผู้บริหารโรงแรม และบุคคลที่เผยแพร่คลิปนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า ทหารที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่นั้น ทำตามระเบียบถูกต้อง มีการแต่งเครื่องแบบและแสดงตัว พร้อมแจ้งเรื่องร้องเรียนในการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่กลับมีการกล่าวหาว่าทหารไปรีดไถ เรียกรับผลประโยชน์ ส่วนกรณีพกอาวุธปืนสั้นนั้นเป็นอาวุธประจำกายไม่ได้พกอาวุธสงคราม เพราะเป็นการไปทำหน้าที่กับผู้ที่ถูกร้องเรียนว่าเป็นผู้มีอิทธิพลประกอบกับผู้บริหารโรงแรมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ2คน ติดตามดูแลตลอดเวลา และจะมีการทำเรื่องไปยังต้นสังกัดเพื่อพิจารณาโยกย้ายตำรวจ2นายด้วย