แต่ปรากฎว่าก่อนหน้านี้มีภาพแชทหลุดของเบนซ์ซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ประกันตัว นั่งอยู่กับเปรี้ยวและเอิร์นที่สวมใส่ชุดนักโทษ นั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดี นั่งชูนิ้วยิ้มถ่ายรูปกันอย่างร่าเริง และมีการส่งข้อความคุยกับบุคคลอื่น การกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เพราะในห้องพิจารณาคดีไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปหรืออัดเสียง
ศาลบางแห่งเข้มงวดถึงกับห้ามนำโทรศัพท์เข้าห้องพิจารณา บางแห่งอนุญาตให้นำเข้าแต่ต้องปิดเครื่อง ล่าสุดวันนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงว่าศาลจังหวัดขอนแก่นได้เรียก 3 จำเลยที่อยู่ในภาพมาทำการไต่สวนว่าจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่
คุณสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดแถลงข่าวกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพหลุดแชทของเปรี้ยว , เอิร์น และเบนซ์ สามคนนี้เป็นจำเลยในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.อาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ถ่ายรูปยิ้มร่าอยู่ในห้องพิจารณาคดี
คุณสราวุธ บอกว่า เมื่อวานนี้อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 4 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า เป็นภาพถ่ายภายในห้องพิจารณาคดีจริงๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มีนาคม ภายในห้องพิจารณาคดีมีเปรี้ยว , เอิร์น , เบนซ์ ซึ่งได้รับการประกันตัวเป็นผู้นำโทรศัพท์เข้าไปถ่ายภาพและส่งข้อความที่ปรากฎในโซเชียล จึงได้มีการเรียกทนายความมาแจ้งเตือนการห้ามใช้โทรศัพท์ในห้องพิจารณาแล้ว
นอกจากนี้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดขอนแก่น ยังได้มีการตั้งสำนวนคดีละเมิดอำนาจศาล หรือการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลแล้ว โดยจะเรียก เบนซ์ มาไต่สวนในช่วงเดือนเมษายนนี้ ส่วนเปรี้ยวและเอิร์น สามารถเบิกตัวจากเรือนจำมาไต่สวนได้เลยสำหรับคดีละเมิดอำนาจศาลมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คุณสราวุธบอก บอกว่า ขอเรียนให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่าบริเวณศาลเป็นพื้นที่ห้ามถ่ายภาพและบันทึกเสียง เว้นแต่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาแล้วแต่กรณี
พฤติกรรมใด เข้าข่ายความผิด "ละเมิดอำนาจศาล"
วันนี้ล่าความจริง จะมาอธิบายให้คุณผู้ชมเข้าใจเรื่องความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลว่ามีพฤติกรรมใดบ้างที่เข้าข่ายความผิดนี้
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล บัญญัติไว้อยู่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 ได้ระบุฐานความผิดละเมิดอำนาจศาล เกี่ยวกับการประพฤติตนเมื่ออยู่ในศาลหรือในห้องพิจารณาคดี ไว้ 5 ข้อ ข้อที่สำคัญคือข้อ 1 ผู้ใดขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตรการว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ก็จะถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล
ความผิดฐานนี้ ศาลสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการสอบสวน ฟ้องร้อง แต่ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิในการชี้แจงต่อศาลได้ โดย ปอ วิ แพ่ง มาตรา 33 กำหนดบทลงโทษไว้ว่า ให้ศาลมีอำนาจ ไล่ออกจากบริเวณศาล หรือให้ลงโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับผู้ที่ละเมิดอำนาจศาลได้
ถ้าจะแบ่งให้เห็นชัดเจนก็มีอยู่ 2 ส่วน คือการประพฤติตัวเมื่อเข้าห้องพิจารณาคดีในศาล และการประพฤติตัวเมื่ออยู่ในบริเวณศาล สำหรับการประพฤติตัวในห้องพิจารณาคดีที่มีศาลนั่งอยู่บนบัลลังค์ ผู้เข้าร่วมการพิจารณาคดีทั้งฝ่ายอัยการ ทนายความ จำเลย รวมไปถึงผู้เข้าฟังการสืบพยาน จะต้องสำรวม ไม่พูดคุยส่งเสียงดังโวยวาย หรือกระทำการใดที่เป็นการรบกวนการพิจารณา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำกล้องถ่ายรูปหรือเครื่องอัดเสียงเข้าไปแอบถ่ายภาพหรือบันทึกเสียงการสืบพยานมาเผยแพร่ ซึ่งปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวทำได้ทั้งสองอย่าง ศาลหลายแห่งสั่งห้ามเข้าห้องพิจารณาอย่างเด็ดขาด หรืออย่างที่บอกบางแห่งไม่ห้ามแต่ก็ให้ปิดเครื่องมือถือ เพื่อไม่ให้เสียงโทรศัพท์ดังรบกวนการพิจารณาคดี
ส่วนการประพฤติตนอยู่ในบริเวณศาลก็คล้ายกับสถานที่ราชการทั่วไป ก็คือไม่ส่งเสียงดังโวยวาย ไม่รบกวนการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ก่อนนี้ช่วงเหตุบ้านการณ์เมืองไม่ปกติ มีม็อบโน้นม็อบนี้ มารวมตัวกันจำนวนมาก ใช้เครื่องขยายเสียงอ่านแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินคดีของศาล การกระทำลักษณะนี้ก็เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเช่นกัน