เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 26 มี.ค.61 ร.ต.อ.สุรชัย ดำพลงาม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งจากพนักงานปั๊มน้ำมัน PT (พีที) ว่ามีเด็กหญิงถูกทิ้งไว้ในปั๊มน้ำมันอยู่ริมถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา ห่างจากสถานีตำรวจประมาณ 500 เมตร เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวเพื่อรอญาติมารับกลับภูมิลำเนาต่อไป หลังรับแจ้งจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับตัวมาไว้ที่ สภ.เพื่อจะประสานทางญาติให้มารับ เบื้องต้นเป็น ด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี หลังจากเด็กหญิงดังกล่าวพบผู้สื่อข่าวไม่ยอมให้บันทึกภาพและสัมภาษณ์แต่อย่างใด ได้ร้องไห้ด้วยความหวาดระแวง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเข้าไปปลอบจึงได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังถึงสาเหตุที่ทางญาติลืมทิ้งไว้ในปั๊มบริการน้ำมัน
ด.ญ.ไก่ เปิดเผยว่า ได้ไปหาและพักอาศัยอยู่กับพ่อทำงานอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากนั้นทางยายรวมทั้งพี่น้องอีกหลายคนได้มารับและพากันไปเที่ยวทะเล และจะเดินทางกลับที่จังหวัดบุรีรัมย์ จนกระทั่งปวดท้องและได้ไว้แวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว เมื่อออกจากห้องน้ำมาก็ไม่เห็นรถและญาติพี่น้องแต่อย่างใด จึงตกใจและหวาดกลัว จนกระทั่งพนักงานปั๊มน้ำมันแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัว แต่โชคดีที่จำเบอร์โทรศัพท์ของพ่อได้จึงได้ใช้โทรศัพท์ของตำรวจโทรบอกพ่อ และให้พ่อโทรบอกคนขับรถให้มารับ
ต่อมาเวลา 15.00 น. ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ-9314 พิษณุโลก มีนายไกรวิชญ์ บุญคำ อายุ 23 ปี เป็นคนขับ พร้อมกับผู้โดยสารที่นั่งมากับรถประมาณ 10 กว่าคนมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จอดที่ สภ.กบินทร์บุรี และลงมาจากรถอย่างหน้าตาตื่นถามหา ด.ญ.ไก่ เมื่อนางกมลวรรณ นามปัญญา อายุ 49 ปี ผู้เป็นยายเมื่อเห็นหน้าหลานสาวถึงกับเข้าโผกอดร้องไห้ด้วยความดีใจ
ด้านนายไกรวิชญ์ บุญคำ คนขับ เปิดเผยว่า ตนได้จอดพักรถเพื่อให้ทุกคนเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว หลังจากที่ทุกคนเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ตนคิดว่าทุกคนขึ้นรถหมดแล้วจึงได้ออกรถโดยใช้เส้นทางถนนสาย 304 เพื่อจะไปกลับบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะที่รถวิ่งเกือบถึงอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ก็มีสียงโทรศัพท์สายเรียกเข้าซึ่งเป็นเบอร์โทรพ่อของน้องไก่ ว่าได้ลืมน้องไก่ไว้ที่ปั๊มน้ำมันและตอนนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจตนจึงตกใจจึงได้วนรถกลับมารับ
ด้าน ร.ต.อ.สุรชัย ดำพลงาม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี ได้เรียกนายไกรวิชญ์ บุญคำ คนขับรถ มาสอบถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นการจงใจหรือแกล้งลืม ด.ญ.ไก่ นายไกรวิชญ์ บุญคำ ตอบว่าไม่ได้จงใจหรือแกล้งลืมแต่อย่างใด คิดว่า ด.ญ.ไก่ขึ้นรถแล้ว เพราะ ด.ญ.ไก่ ได้สลับที่นั่งด้านหน้าบ้างและด้านหลังบ้าง จึงทำให้ตรวจสอบอยาก ก่อนจะออกรถจากปั๊มน้ำมันทุกคนไม่รู้ว่า ด.ญ.ไก่ยังอยู่ในห้องน้ำไม่ได้ขึ้นรถมาด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนคนขับรถว่าตรวจสอบให้รอบครอบก่อนออกรถ ถ้า ด.ญ.ไก่ ถูกรถชนใครจะรับผิดชอบ ก่อนที่จะปล่อยตัวให้กลับบ้านต่อไปดังกล่าว