เวลา 08.30 น. (25 มี.ค.61) คณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำโดย พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รองประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 3 และอนุกรรมาธิการด้านคมนาคมทางอากาศ นำคณะศึกษาดูงานความคืบหน้าการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานภูเก็ต และการให้บริการผู้โดยสารอาทิ การให้บริการเคาน์เตอร์เช็คอิน, การให้บริการด่านตรวจคนเข้าเมือง, สถานที่พักรอภายในอาคารผู้โดยสาร ทั้งอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และในประเทศท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีนายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ต, พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.สาคู, พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร การบินไทย เป็นต้น โอกาสนี้ยังได้มีการประชุม และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การพัฒนาท่าอากาศยาน ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินงาน ภายในท่าอากาศยานภูเก็ต ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานภูเก็ตด้วย
นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต รายงาน ปัญหาอุปสรรคของท่าอากาศยานภูเก็ตว่า เนื่องจากปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและจะพบว่ามีการร้องเรียนผ่านทางโซเซียลต่างๆ ซึ่งรับทราบมาโดยตลอด และได้แถลงข่าวชี้แจงประเด็นปัญหาต่างๆ ให้เป็นที่รับทราบในวงกว้าง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง จะเป็นอุปกรณ์เก่า ดังนั้นจึงเกิดปัญหาในการใช้งาน ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง ส่วนผลกระทบที่เกิดจากการซ่อมพื้นผิวรันเวย์เป็นกรณีเร่งด่วน เป็นเพียงระยะสั้นๆ แต่ด้วยเป็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นความเสียหายจะเกิดค่อนข้างมากในส่วนของแผนงานการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับผู้โดยสาร ซึ่งตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตนั้น มีแผนงานมาตั้งแต่ปี 2553 -2557 แต่ปัจจุบันปี 2561 ยังไม่แล้วเสร็จ ตามโครงการหากแล้วเสร็จจะรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 12.5 ล้านคนปี แต่ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารเพิ่มไปถึง 16.5 ล้านคน ดังนั้นในการบริหารจัดการถือว่าเกินขีดความสามารถ ซึ่งทุกฝ่ายได้พยายามแก้ไขปัญหาทุกวิถีทาง
พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รองประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 3 กล่าวถึงการเดินทางลงพื้นที่ของทางคณะกรรมาธิการฯ ว่า เพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้านต่างๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ กระบี่ ซึ่งจะมีการแบ่งกลุ่มในการดูงานในแต่ละด้าน โดยเป็นการติดตามในภาพรวมว่า ในพื้นที่อันดามันโดยเฉพาะใน 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงาและกระบี่ ได้มีการเชื่อมโยงในเรื่องของระบบโลจิสติกส์กันอย่างไรบ้างในการอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น การลงพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ตนั้น เป็นการติดตามงานการพัฒนาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และยังมีปัญหาอะไรที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยดูในเรื่องของการบริการหรือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก เช่น ด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ตำรวจ เป็นต้น
จากการลงพื้นที่พบว่ามีหลายส่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ยังมีเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน ซึ่งเป็นเรื่องทางด้านเทคนิคล้วนๆ ต้องยอมรับว่าสนามบินภูเก็ตในด้านกายภาพนั้น มีขีดจำกัดค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะนี้ถือว่าการปรับปรุงพัฒนาเต็มศักยภาพและขีดความสามารถของพื้นที่ที่จะรองรับได้ รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยที่ยังไม่ได้มาตรฐานขององค์กรการบินระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ บางเรื่องอาจยอมรับได้หากมีมาตรการหรือแผนบริหารความเสี่ยงเป็นที่ยอมรับ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะมีการนำไปประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ 4 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ ระนอง กระบี่ พังงา และระนอง อีกครั้ง เพื่อรับฟังปัญหา เหตุผลความต้องการต่างๆ รวมถึงการปรับปรุงในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เกิดความสะดวกในการดำเนินการประกอบอาชีพได้
พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ พบว่า การจัดพื้นที่สำหรับให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารมีค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์จะเป็นพื้นที่ของร้านค้าและการจำหน่ายสินค้าต่างๆและบางจุดก็มีร้านค้าบดบังทัศนียภาพที่สวยงามของอากาศยานที่ผู้โดยสารจะได้เห็น ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และจะต้องนำไปพูดคุยในคณะกรรมาธิการฯ ชุดใหญ่ เพราะไม่ต้องการให้สนามบินกลายเป็นห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่พักคอยผู้โดยสารที่จะต้องมีให้มากกว่านี้รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ สายพานกระเป๋า เป็นต้นและในช่วงที่จะมีการล้างคราบยางบนทางวิ่ง และการบำรุงรักษาทางขับ เชื่อว่าจะมีผลกระทบเกิดขึ้นอีก ดังนั้นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงกับสายการบินและหน่วยงานต่างๆ ได้รับทราบ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดและอยากให้ทางผู้บริหารลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แม้จะเข้าใจได้ว่า ขณะนี้สนามบินภูเก็ตอยู่ระหว่างการปรับปรุง แต่ก็ต้องมีการทำประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับรู้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังอยากให้มีการบูรณาการความร่วมมือกับสนามบินข้างเคียงเพื่อให้การใช้สนามบินเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับท่าอากาศยานภูเก็ต มีขีดความสามารถในการรับเที่ยวบินได้20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง มีทางวิ่งเพียง 1 เส้น มีทางขับ เส้น หลุมจอดอากาศยาน 34 หลุมจอด พร้อมระบบนำร่องอากาศยานจำนวน 25 ชุด สะพานเทียบอากาศยานมีทั้งสิ้น 11 ชุด ปัจจุบันเปิดให้บริการ 7 ชุด เนื่องจากมีบางพื้นที่ยังอยู่ในแผนของการพัฒนาท่าอากาศยานฯ ในส่วนของอาคารผู้โดยสาร มี 2 หลัง แบ่งเป็นอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศรองรับผู้โดยสารได้ที่4,800 คนต่อชั่วโมง มีเคาน์เตอร์เช็คอิน 96 เคาน์เตอร์ สะพานเทียบอากาศยาน 4 ชุด รวมไปประตูทางออกขึ้นเครื่องมี 4 ประตู จุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออก 32 เคาน์เตอร์ และจุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 38 เคาน์เตอร์ สายพานรับกระเป๋าจำนวน 5 เส้น ห้องน้ำ 251 ห้อง และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ รับผู้โดยสารได้ 2,400 คนต่อชั่วโมง มีเคาน์เตอร์เช็คอิน มี 28 เคาน์เตอร์ จาก 46 เคาน์เตอร์ สะพานเทียบอากาศยาน 7 ชุด จากทั้งหมด11 ชุด ประตูทางออกขึ้นเครื่องมี 2 ประตู สายพานรับกระเป๋า 2เส้น จาก 4 เส้น และห้องน้ำ 65 ห้อง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถยนต์และอาคารจอดรถยนต์ รองรับได้ 982 คัน
ขีดความสามารถปัจจุบัน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเที่ยวบินสูงสุดที่ 381 เที่ยวบินจำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 69,442 คน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้คือการล้างคราบยางบนทางวิ่ง และการบำรุงรักษาทางขับ สายปาป้า ซึ่งได้กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 8 พฤษภาคมนี้ ระหว่างเที่ยงคืนครึ่งจนถึง 06.00 น. วันรุ่งขึ้นมีการดำเนินการ คือ การล้างคราบยางบนทางวิ่ง กับการปิดทางขับเพื่อซ่อมแซมพื้นผิวทางขับสายพี ในระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 3 พฤษภาคมนี้ ช่วงเวลาเที่ยวคืนครึ่งถึงเที่ยงวันของอีกวัน ซึ่งทางท่าอากาศยานภูเก็ตได้มีการเตรียมความพร้อม โดยมีการประกาศแจ้งให้ผู้ทำการบินได้รับทราบและประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในท่าอากาศยานภูเก็ต
และมีแผนในการเปิดใช้งานอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตปี 2553-2557 มีการเปิดพื้นที่ตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารและรองรับในเรื่องของผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในวันที่ 4 เมษายนนี้จะเปิดพื้นที่ในส่วนของที่พักคอยและยังได้มีการเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ โดยคาดว่า จะมีเที่ยวบินเข้ามาในวันที่ 15 เมษายน ประมาณ 355 เที่ยวบิน ผู้โดยสาร 61,365 คนโดยมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการและอำนวยความสะดวกบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางของผู้โดยสารทั้งหมด ส่วนการแก้ปัญหาการลักขโมยทรัพย์สินของผู้โดยสารโดยมีการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่การท่าฯ ตำรวจ และทหาร