เมื่อเช้านี้ครูปรีชา ใคร่ครวญ และคุณรัตนาภารณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ้บ้าบิ่นแม่ค้าขายล็อตเตอรี่ พร้อมทนายความเดินทางเข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ กระทรวงยุติธรรม ขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม สั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีหวย 30 ล้านเป็นคดีพิเศษตามหนังสือระบุทำนองว่าหลังจากกองบัญชาการสอบสวนกลางและกองปราบปรามมารับผิดชอบทำคดีแทนตำรวจภูธรภาค 7ได้เชิญตัวเองและพยานไปสอบสวนในลักษณะข่มขู่ ชี้นำ โน้มน้าว กดดันด้วยวิธีการต่างๆ นานถึง 18 ชั่วโมงและมีการลักลอบตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลและมีการแจ้งข้อหาโดยไม่มีหลักฐาน และการที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยกคำพิพากษาศาลฎีกามาประกอบการแถลงข่าว ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะข้อเท็จจริงคดีนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงการที่ตำรวจกองปราบนำหมายจับและใช้กำลังจำนวนมากบุกเข้ารวบตัวที่โรงเรียนทั้งที่ตัวเองไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ทำเหมือนตัวเองและเจ้บ้าบิ่นเป็นผู้ร้ายในคดีอุกฉกรรจ์หลังถูกจับกุมพนักงานสอบสวนก็ยังชักจูง บีบบังคับ โน้มน้าวให้ตนและเจ้บ้าบิ่นให้รับสารภาพ ทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกคุมขังถึง 48 ชั่วโมง เอาตัวมาสอบสวนทั้งกลางวัน กลางคืนการกระทำของกองปราบไม่มีมาตรฐาน ไม่เที่ยงธรรม ในฐานะผู้เสียหายโดยตรง จึงขอให้กระทรวงยุติธรรมโอนย้ายคดีไปให้ดีเอสไอมาดำเนินการต่อด้านเจ้าหน้าที่ก็ได้รับเรื่องไว้เพื่อเสนอส่งต่อไปให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้พิจารณาส่งเรื่องไปยังดีเอสไอส่วนดีเอสไอจะรับคดีดังกล่าวหรือไม่ขึ้นก็ต้องรอดูกันต่อไป
หลังจากยื่นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมแล้วครูปรีชาแลเจ๊บ้าบิ่น เดินทางไปยื่นหนังสือร้องขอให้เปลี่ยนตัวคณะพนักงานสอบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งาชาติ พันตำรวจเอกกฤษณะพัฒนาเจริญ รับเรื่องไว้จากนั้นทั้งคู่เดินทางไปร้องทุกข์กองปราบปรามขอให้สอบพยานฝั่งครูปรีชาเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังขาดอยู่ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ก็ยังขอให้ตำรวจกองปราบส่งหลักฐานบันทึกการจับกุมบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา การแจ้งสิทธิ ฯลฯ เพื่อนำไปยื่นกับกระทรวงยุติธรรมตรวจสอบด้วย
ทางด้านรองผู้บังคับการกองปราบปราม พันตำรวจเอก สุวัฒน์ แสงนุ่ม บอกว่าครูปรีชาขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก2 ปาก เป็นพยานที่เคยสอบไปแล้ว 1ราย และเป็นพยานใหม่ที่ยังไม่เคยสอบปากคำอีก 1 ราย ซึ่งประเด็นที่ร้องขอให้สอบเพิ่มนั้น ก็เคยสอบปากคำไปแล้วแต่เมื่อร้องขอมาตำรวจก็ยินดี พร้อมให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายผู้ต้องหา ส่วนเรื่องการเดินสายร้องเรียนก็สามารถทำได้แต่ยืนยันว่าตำรวจไม่เคยข่มขู่ โน้มน้าวให้รับ ขณะที่ คุณฟ้า กนกพรรณหมวกไสว พยานทีมครูปรีชา เมื่อวานนี้เข้ามอบตัวกับตำรวจปอท.หลังจากถูกออกหมายจับในข้อหาเผยแพร่ภาพลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์คือเธอกับเพื่อนไปไลฟ์สดในยูทูปแล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งได้เปิดโทรศัพท์โชว์ภาพโป๊เปลือยของหญิงสาวคนหนึ่งจึงถูกแจ้งความจับ ตำรวจใช้เวลาสอบสวนคุณฟ้า มาราธอนนาน 11 ชั่วโมงแล้วยังคุมตัวไปค้นบ้านพักเพื่อหาหลักฐานล่าสุดวันนี้คุณฟ้าถูกตำรวจคุมตัวไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญา ข้อหากระทำผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และขอคัดค้านการประกันตัว โดยคุณฟ้าเตรียมเงินสดจำนวน 1 แสนบาทเพื่อขอประกันตัวต่อศาล กระแสข่าวการออกหมายจับพยานทีมครูปรีชา มีเป็นระยะคือก่อนหน้านี้ตำรวจกองปราบบอกว่า ผู้เข้าข่ายถูกดำเนินคดีมีอยู่ 3 กลุ่มทั้งกลุ่มที่อยู่ในเหตุการ กลุ่มที่อยู่ใกล้เหตุการณ์และกลุ่มกองเชียร์ชอบให้สัมภาษณ์เข้าข้างครูชอบโพสต์ด่าตำรวจลงโซเชียลวันนี้คุณเทอดศักดิ์เจียมกิจวัฒนา ผู้สนับสนุนครูปรีชาอีกคนเดินทางมายื่นคำร้องถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอไต่สวนการคัดค้านออกหมายจับคุณเทอดศักดิ์ บอกว่า รู่้ว่า ตำรวจ ปอท. เตรียมขอหมายจับข้อหาทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งได้ชี้แจงตำรวจไปแล้วแต่ก็ยังมีข่าวมาอีกว่าจะถูกออกหมายจับอีกจึงตัดสินใจเดินทางมาร้องศาลเพื่อคัดค้านการออกหมายจับไว้ก่อนล่วงหน้า
ทางด้านเจ๊เกียวพยานคนสำคัญของครูปรีชาอีกคน เป็นคนเดียวที่ยังไม่ถูกตำรวจแจ้งข้อดำเนินคดีก่อนหน้านี้ยอมรับว่าให้คำแนะนำกับพยานทีมครูไปเดินสายร้องเรียนวันนี้เจ๊เกียวยังคงไปเปิดแผงขายสลากที่ใต้ต้นไทรอินเดียวัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง หรือวัดใต้ ผู้สื่อข่าวไปถามเจ๊เกียวว่าไม่กลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการตกหวยหรือ เจ๊เกียวบอกว่าจริงๆแล้ว ไม่มีเบื้องหลังอะไรหรอก ก็เพียงแค่ให้คำปรึกษา แนะนำให้นายแผนไปร้องเรียนที่โน้นที่นี่เพื่อขอความเป็นธรรมเพราะพวกเราเป็นพยานในที่เกิดเหตุแต่กลับกลายเป็นว่าขณะนี้ทุกคนต้องมาเดือดร้อนพยานบางคนไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไง ไปที่ไหนซึ่งเจ๊เกียวก็ให้คำแนะนำไปก็เท่านั้นเอง