หลังโดนข้อหา "ครอบครองงาช้างผิดกฎหมาย"เพราะเป็นงาช้างแอฟริกา กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ครอบครองได้ ทำให้คุณคณิตา กรรณสูต ภรรยาของคุณเปรมชัย ซึ่งจดแจ้งเป็นเจ้าของงาช้าง โดนตำรวจ ปทส.หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดีไปแล้ว แต่ล่าสุดประเด็นงาช้างยังไม่จบ เพราะพลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ได้เข้าตรวจงาช้าง และปืนคาบศิลา ซึ่งตำรวจยึดเอาไว้ว่ามีการแจ้งนำเข้าและเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ปรากฏว่าผลการตรวจงาช้างจำนวน 4 กิ่ง 2 คู่ที่ยึดได้จากบ้านคุณเปรมชัย ตามฐานข้อมูลของกรมศุลกากร รวมถึงปืนคาบศิลาไม่พบว่าคุณเปรมชัยหรือภรรยาได้แจ้งเสียภาษีและขออนุญาตนำเข้าแต่อย่างใด แต่เพื่อความชัดเจนถูกต้อง100% ทางกรมศุลากรจะกลับไปตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยใช้เวลา 2-3 วันก็จะทราบผล พลตำรวจเอก ศรีวราห์บอกว่า คดีครอบครองงาช้างและปืนคาบศิลา จะสรุปสำนวนพร้อมความเห็น "สั่งฟ้อง" แน่นอน ไม่มีขาดอายุความ โดยในส่วนของปืนคาบศิลานั้นกรมศิลปากรยืนยันแล้วว่าเป็น "โบราณวัตถุ" จริง แต่ยังไม่มีในประกาศขึ้นทะเบียน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่อาจถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายโบราณสถาน โบราณวัตถุ ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้าวันเดียวกันคุณเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาล่าสัตว์ป่าในเขตหวงห้ามทุ่งใหญ่นเรศวร ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน หลังจากอัยการสั่งสอบปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็นปรากฏว่า คุณเปรมชัยและพวกยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนประเด็นที่อัยการสั่งให้ประเมินค่าเสียหายทางแพ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศที่ถูกทำลายจากการเข้าไปล่าสัตว์ของคณะคุณเปรมชัยนั้น พลตำรวจศรีวราห์บอกว่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ประเมินมูลค่าความเสียหายในอัตราขั้นต่ำ 3 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเพราะคดีอยู่ในชั้นตอนของอัยการแล้ว ต้องให้พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณา
ขณะที่หัวหน้าฯวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตกได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนเช่นกันเพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของสำนวน คาดว่ากระบวนการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดตามที่อัยการสั่งมาจะเสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ที่ 23 มีนาคมนี้