เนชั่นทีวี

ข่าว

ความ (ไม่) คืบหน้า พม.สอบ "โกงคนจน"

20 มี.ค. 2561 | lastman

ความ (ไม่) คืบหน้า พม.สอบ "โกงคนจน"

ประเด็นเจาะลึกของ "ล่าความจริง" คือการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ กระทรวง พม. ที่ผ่านมาน้ำหนักข่าวส่วนใหญ่พุ่งไปที่ผลการลงพื้นที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดพบหลักฐานการทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแล้ว 49 จังหวัด หรือกว่าค่อนประเทศ ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบ "นิคมสร้างตนเอง" ซึ่งล็อคเป้าเอาไว้ 36 แห่งจาก 44 แห่ง และ "ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง" อีก 20 ศูนย์ จะเห็นได้ว่าตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวการตรวจสอบภายในของกระทรวง พม.เอง เป็นข่าวค่อนข้างน้อย วันนี้ล่าความจริงจึงไปเจาะลึกมาฝากกัน

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คุณนภรา เศรษฐกร บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า ขณะนี้ทางกรมฯได้ลงพื้นที่ควบคู่กับไปกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เพื่อตรวจสอบปมการทุจริต ทั้งในส่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และนิคมสร้างตนเอง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือกลุ่มแรกตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และนิคมสร้างตนเอง ตรวจไปแล้วทั้งหมด 58 แห่งทั่วประเทศ พบการกระทำความผิดในลักษณะไม่ปฏิบัติตามหลักการในการเบิกจ่ายเงิน 21 แห่ง สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่แล้ว 22 คน ส่วนอีก 16 คน เกษียณอายุราชการ และลาออกจากราชการไปแล้วกลุ่มที่ 2 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 30 แห่ง และกลุ่มที่ 3 ไม่พบการทุจริต ในกลุ่มที่ 3 นี้ (ต้องปรบมือให้) ได้แก่ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสมุทรสาคร สกลนคร สิงห์บุรี ภูเก็ตนครศรีธรรมราช แพร่ และนิคมสร้างตนเองในจังหวัดสกลนคร
ในส่วนของการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต อธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ บอกว่า ได้สอบวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเพียงแห่งเดียว คือ จังหวัดขอนแก่น ส่วนอีก 7 จังหวัดอยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถสรุปผลการตรวจสอบออกมาได้ทั้งหมดสำหรับการสอบสวน คุณพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวง พม. และ คุณณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวง พม. ที่ถูกนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ บอกว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.ตั้งขึ้น โดยกรรมการประกอบด้วยข้าราชการนอกกระทรวง 4 คนมาร่วมสอบสวน แต่ยังไม่สรุปผลออกมาการตรวจสอบทุจริตในส่วนของเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งนี้ ไม่ได้ทำเฉพาะ ป.ป.ท. แต่ที่ผ่านมา ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็ทำงานเก็บข้อมูลอยู่เงียบๆ ด้วย โดยล่าสุด พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. บอกว่า คณะทำงานของ ป.ป.ช.ตรวจสอบพบการทุจริตในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นการทุจริตที่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ชาวเขา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริง และรวมรวมข้อมูลเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นพบว่ามีเส้นทางการทุจริตที่ชัดเจน น่าจะเอาผิดได้
นี่คือความคืบหน้าการตรวจสอบทุกด้านที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่เรื่องนี้มีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายว่า บทบาทในระดับรัฐบาลดูจะน้อยไปนิดหนึ่ง ทั้งๆ ที่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 จัดการข้าราชการที่พบหลักฐานการทุจริตชัดๆ ได้ทันที แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีการดำเนินการ บอกแต่เพียงว่าให้ ป.ป.ท.ทำงานต่อไป จนมีบางคนนินทาว่า ไม่กล้าใช้ "ดาบมาตรา 44" เพราะกลัวเจอย้อนศรให้จัดการ "มิสเตอร์นาฬิกา" ใน ครม.ด้วยหรือเปล่า ขณะเดียวกันก็มีกระแสโจมตีว่า ทำไมในช่วงรัฐบาลปราบโกง ถึงพบการโกงแทบทุกหย่อมหญ้า ทุกหน่วยงานล่าสุดวันนี้ "นายกฯลุงตู่" พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาชี้แจงเสียงวิจารณ์ทั้ง 2 ประเด็น โดยบอกว่า เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น รัฐบาลได้ดำเนินการมาตลอด อย่ามองแค่แย่ลงหรือดีขึ้น เพราะยังไม่รู้ทั้งหมด เนื่องจากกลไกการทุจริตมีจำนวนมาก และอยากให้ไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดก่อนๆ กับรัฐบาลชุดนี้ว่าได้ทำงานปราบทุจริตไปมากขนาดไหน ส่วนการทุจริต 2-3 กระทรวงที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ก็ได้สั่งการไปแล้วว่าต้องให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องพ้นจากหน้าที่ทั้งหมด และสอบสวนให้โดยเร็ว
ท่านนายกฯลุงตู่ บอกให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องพ้นหน้าที่ไปก่อน แต่เมื่อสักครู่ ข่าวจากกระทรวง พม.เพิ่งตั้งคณกรรมการสอบสวนทางวินัยเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งไปเพียงศูนย์เดียว ทั้งๆ ที่พบทุจริตแล้ว 49 ศูนย์ทั่วประเทศ ตกลงจะทำกันอย่างไร เพื่อให้คำบัญชาของนายกฯมีผลเป็นรูปธรรม














ข่าวล่าสุด