จับได้แล้ว! วัยรุ่นเลือดร้อนกระโดดถีบคุณตาวัย 80 ล้มหัวฟาดพื้น
15 มี.ค. 2561 | te

วัยรุ่นเลือดร้อนควบจยย.เกี่ยวซาเล้งคุณตาวัย 80 เสียหลักล้มกลางถนน ก่อนลุกขึ้นบันดาลโทสะ กระโดดถีบคุณตาล้มหัวฟาดพื้น อ้างตนถูกชนแล้วคู่กรณีจะหลบหนี
ข่าว
15 มี.ค. 2561 | te

วัยรุ่นเลือดร้อนควบจยย.เกี่ยวซาเล้งคุณตาวัย 80 เสียหลักล้มกลางถนน ก่อนลุกขึ้นบันดาลโทสะ กระโดดถีบคุณตาล้มหัวฟาดพื้น อ้างตนถูกชนแล้วคู่กรณีจะหลบหนี
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่สน.ห้วยขวาง มีรายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง จับกุมตัว นายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ผู้ต้องหา กรณีที่มีเพจเฟชบุ๊ก แห่งหนึ่งได้โพสต์คลิปวีดีโอพร้อมข้อความ ระบุว่า "คุณตาอายุ 80 เก็บขยะ ขี่ซาเล้งมาดีๆ มีเด็กเปรตเล่นมือถือไปด้วยขี่มอไซค์ไปด้วยมาเกี่ยวรถแกล้ม แกก็งงชำเลืองมาดูเห็นไม่เป็นไร แกก็ขี่ต่อ ไอ้เด็ก.. วิ่งตามมากระโดดถีบคุณตาหัวฟาดพื้นแน่นิ่งไปเลย ไม่...ทำไม่ได้นะ พิกัดเกิดเหตุ ซอยชานเมืองแยก 2 ประชาสงเคราะห์ ดินแดง #ฝากแชร์ตามหามันด้วยค่ะ" โดยสามารถจับกุมได้เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา
โดยจากการสอบสวน นายนราธร ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้องกล่าวหา ว่าสาเหตุที่ทำไปเพราะโมโห เนื่องจากว่า คุณตาชนแล้วหนี เรียกก็ไม่หยุด ทั้งนี้ ตนเองยืนยันไม่ได้เล่นโทรศัพท์ ขับมาดีดี แถมพอรถล้มลุงยังไม่ไถ่ถามเหลียวแล ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จึงบันดาลโทสะ ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และตนยอมรับผิด จะขอช่วยรักษาพยาบาล ดูแลลุงจนกว่าจะหายดี ยอมรับทำไปเพราะบันดาลโทสะ พรุ่งนี้ถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอขมาลุง ภายหลังก่อเหตุนอนไม่หลับเลย รู้สึกสำนึกผิด ถือเป็นบทเรียนชีวิต และจะไม่ทำอีก
ขณะที่ด้านน.ส.วนิดา มณีพันธ์ ลูกสาวผู้บาดเจ็บได้มาให้การเพิ่มเติมที่ สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า ขณะนี้คุณลุงจรูญ มีพันธ์ นั้นปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ขอตรวจเชคสมองเพื่อความแน่ใจ ส่วนคุณพ่อยังไม่สามารถให้การอะไรได้ เพราะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้แล้ว และหลังเกิดเหตุที่คุณพ่อไม่ยอมลงไปดูนั้นเนื่องจากหลังจากที่ผู้ต้องหาชนแล้วล้มลง พ่อได้หันไปดู แต่ผู้ต้องหาก็ลุกขึ้น ประกอบกับตาพ่อไม่ค่อยดี จึงคิดว่าคงไม่เป็นอะไรจึงไม่ลงไปดู ทั้งนี้ได้เจอผู้ต้องหาแล้ว ทางผู้ต้องหาก็กล่าวข้อโทษ ตอนแรกก็รู้สึกไม่อยากจะยกโทษให้ แต่เห็นน้องมาขอโทษด้วยต้นเองจึงยอม ส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางผู้ต้องหาจะเป็นฝ่ายดำเนินการทั้งหมด ทั้งนี้อยากเตือนวัยรุ่นเวลาเกิดเหตุอะไรอย่างใจร้อน ให้คิดว่าหากคนที่โดนทำร้าย เป็นพ่อแม่หรือญาติตนเองจะรู้สึกอย่างไร
เบื้องตนเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา"ทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้อันตรายแก่กาย และจิตใจ" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป