วันนี้ที่กระทรวงสาธารณสุข มีการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีทางการแพทย์ พ.ศ. ... ให้เป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีทั่วไป ซึ่งการพิจารณาคดีทางการแพทย์ จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีความรู้ และประสบการณ์มาให้ความเห็นประกอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงควรมีระบบการไกล่เกลี่ย และการพิจารณาคดีทางการแพทย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งวันนี้เป็นการรับฟังความเห็นแบบโฟกัสกรุ๊ป กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้รับบริการ
แต่ทว่าด้านองค์กรภาคประชาสังคม 130 องค์กร ที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นนี้กลับปฏิเสธที่ร่วมประชุมด้วย
ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายพชร แก้วกล้า เป็นตัวแทนขององค์กรภาคประชาสังคมยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยนายพชร บอกว่า ปัจจุบันปัญหาที่เกิดกับคดีทางการแพทย์ สามารถใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาเมื่อมีคดีถึงศาลอยู่แล้ว การที่กระทรวงสาธารณสุขออกร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทางการแพทย์ พ.ศนั้น เครือข่ายภาคประชาชน 130 องค์กร ไม่เห็นด้วย และขอคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว
เหตุผลสำคัญ คือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ล้าหลัง ไม่เป็นธรรม ขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ลิดรอนสิทธิผู้บริโภค ทำให้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้บริโภคในคดีทางการแพทย์ มีลักษณะสองมาตรฐาน แตกต่างจากคดีผู้บริโภคประเภทอื่น
นายพชร บอกต่อว่า คณะกรรมการตามกฎหมายฉบับนี้มีความไม่เป็นกลาง เนื่องจากมีสัดส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ไว้มากถึง 6 คน รวมถึงเป็นการออกกฎหมายที่ซ้ำเติมคนไข้หรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่ได้มีบทบัญญัติการกำหนดภาระการพิสูจน์ให้ชัดเจนและนับเป็นเรื่องที่ยากและเป็นภาระของผู้ป่วยหรือผู้บริโภคในการพิสูจน์อีกด้วย
ทั้งนี้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่ง ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ที่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการลดการฟ้องคดีทางการแพทย์ เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งผู้รับและให้ผู้บริการสาธารณสุข และได้รับความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานแล้วแทน ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายได้มากกว่า