หลังจากที่ทรัมป์เปิดปมสงครามการค้า ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเมื่อวันพฤหัสฯ ในมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม แต่ยกเว้นให้กับแคนาดาและเม็กซิโกที่ทำการค้าเสรีร่วมกันในกลุ่ม NAFTA ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วัน
โดยพบว่า สถิติการนำเข้าเหล็กของสหรัฐในปี 2017 มาาก 10 ประเทศที่เป็น Top10 เท่ากับ 78% และส่วนอื่นของโลก 22% โดยในกลุ่ม Top10 ประกอบด้วย อันดับ 1. แคนาดา 16% อันดับ 2. บราซิล 13% อันดับ 3. เกาหลีใต้ 10% อันดับ 4. เม็กซิโก 9% อันดับ 5. รัสเซีย 9%
1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีในวันพฤหัสฯ หรือเช้าตรู่วันนี้ตามเวลาไทย ในมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กที่ระดับ 25% และอลูมิเนียม 10% จากประเทศต่างๆ ยกเว้นแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็น 2 ประเทศคู่ค้าในข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) โดยจะมีผลบังคับใช้ใน 15 วัน
ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐได้แถลงหลังการลงนามว่าอุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียมมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะถ้าไม่มีเหล็ก ก็ไม่มีประเทศ พร้อมกับระบุว่า อาจจะยกเว้นภาษีให้กับประเทศอื่นๆ ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐ
2. ในทันทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่ง ก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบโต้จากกระทรวงพาณิชย์ของจีน ที่เสนอว่าจีนอาจเพิกถอนการซื้อเครื่องบินสหรัฐ
ส่วนหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลจีนพร้อมใช้มาตรการตอบโต้ หากต้องเข้าสู่สงครามการค้ากับสหรัฐ แต่ก็เชื่อว่าสงครามการค้าไม่ทำให้ฝ่ายใดได้ประโยชน์ มีแต่จะสร้างความเสียหายต่อทุกฝ่าย โดยย้ำว่าจีนไม่มีความตั้งใจที่จะแก่งแย่งอำนาจจากสหรัฐ ซึ่งสหรัฐและจีนควรหันมาจับมือเป็นมิตรมากกว่าจะเป็นศัตรู
3. ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) พร้อมเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เช่นวิสกี้ เนยถั่ว น้ำส้ม และจักรยานยนต์ โดยที่กรรมาธิการการค้า EU ยืนยันว่า ยุโรปยังเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐ ควรได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์
โดย EU จะพูดคุยกับโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ที่กรุงบรัสเซลส์ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคมนี้
4. สำหรับสถิติการนำเข้าเหล็กของสหรัฐในปี 2017 มากกว่า 10 ประเทศที่เป็น Top10 เท่ากับ 78% และส่วนอื่นของโลก 22% โดยในกลุ่ม Top10 ประกอบด้วย อันดับ 1. แคนาดา 16% อันดับ 2. บราซิล 13% อันดับ 3. เกาหลีใต้ 10% อันดับ 4. เม็กซิโก 9% อันดับ 5. รัสเซีย 9%
ส่วนอันดับ 6. ตุรกี 7% อันดับ 7. ญี่ปุ่น 5% อันดับ 8. ไต้หวัน 4% อันดับ 9. เยอรมนี 3% และอันดับ 10. อินเดีย 2%
ขณะที่จีนเป็นประเทศที่มีหลายคนเชื่อว่าเป็นเป้าหมาบของมาตรการตั้งแกปพงภาษีจากสหรัฐฝยครั้งนี้ อยู่ในอันดับที่ 11 ซึ่งจีนมีการส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐพียง 2% อย่างไรก็ตาม จีนเป็นประเทศหลักๆ ในโลกที่มีการผลิตเหล็กในปริมาณมากถึง 50 ลัานตันต่อปี และกำลังมีเป้าหายปรับลดกำลังการผลิตลงเหลือปีละ 30 ล้านตัน
5. ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากปรากฏข่าวที่ยร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตที่จะพบกับคิม จองอึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ เพื่อให้มีข้อตกลงโครงการลดขีปนาวุธนิวเคลียร์ในเดือนพฤษภาคมนี้ ท่ามกลางปมพิพาทการค้าที่อาจนำไปสู่สงครามการค้า ถึงแม้ว่าผู้นำสหรัฐจะได้ลงนามคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมแล้วก็ตาม
ดัชนี HSI ฮ่องกง พุ่งขึ้น 260.34 จุด หรือ 0.85% ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 186.60 จุด หรือ 0.87% ส่วนดัชนีหุ้นไทยวิ่งสวนทางร่วงลง 14.41 จุด หรือ 0.81% แตะที่ 1,764.49