เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เข้าควบคุมตัวคุณเปรมชัยกับพวกรวม 4 คน ขณะลักลอบตั้งแคมป์ในเขตหวงห้าม เมื่อเช้ามืดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จากนั้นก็คุมตัวออกจากป่า ไปสอบปากคำที่สำนักงาน วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 5 กุมภาพันธ์ กลับไปค้นแคมป์ที่พัก พบซากเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองอื่นๆ อาวุธปืน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกจำนวนมาก จึงควบคุมตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แจ้งข้อหาล่าสัตว์ป่าและอื่นๆ รวม 9 ข้อหา
ต่อมาพนักงานสอบสวน ส่งตัวคุณเปรมชัยและพวก ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ และทั้งหมดก็ได้ประกันตัวออกไป โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 150,000 บาท
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ "ป.วิอาญา" พนักงานสอบสวนสามารถขออนุญาตศาลให้สั่งขังผู้ต้องหาได้ระหว่างการสอบสวนคดี เรียกว่า "ฝากขัง" โดยสั่งได้ครั้งละ 12 วัน รวมแล้วไม่เกิน 84 วัน สำหรับคดีที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งคดีคุณเปรมชัยกับพวก อยู่ในเกณฑ์นี้ แต่การ "ฝากขัง" นั้น ผู้ต้องหาก็สามารถยื่นขอประกันตัวได้ แต่ต้องรายงานตัวต่อศาลตามนัดทุก 12 วัน และตำรวจสามารถเรียกสอบปากคำได้ตลอดเวลา
แต่สำหรับศาลจังหวัดทองผาภูมิ ที่ตำรวจนำคุณเปรมชัยไปฝากขัง มี "โครงการลดระยะเวลาในการมารายงานตัวในชั้นสอบสวน" เพราะศาลตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล จึงเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหามารายงานตัวในการฝากขังครั้งที่ 4 ทีเดียวเลย ซึ่งคดีคุณเปรมชัย จะครบกำหนดในวันที่ 26 มีนาคม
สำหรับการทำงานของตำรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการฝากขังครั้งที่ 3 (ครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 2 ไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม) พนักงานสอบสวนยังมีเวลาทำสำนวนอีก 4 ฝาก (หมายถึงฝากขังอีก 4 ครั้ง) ครั้งละ 12 วัน รวม 48 วัน และยังรวมเวลาการฝากขังครั้งที่ 3 ที่ยังเหลืออีก 8 วัน (ครบวันที่ 14 มีนาคม) เท่ากับว่ายังเหลือเวลาทำสำนวนก่อนเส้นตายยื่นฟ้องถึง 56 วัน หรืออีกเกือบๆ 2 เดือน
กรอบเวลา 84 วัน (ซึ่งยังเหลืออีก 56 วันนี้) จะเรียกว่าเป็นระยะเวลาการทำงานของตำรวจกับอัยการเพื่อส่งฟ้องคดีต่อศาลก็ได้ เพราะหากฟ้องคดีไม่ทันตามกำหนดเวลา 84 วัน ศาลก็สั่งขังระหว่างสอบสวนไม่ได้อีก ที่ผู้ต้องหาเคยยื่นขอประกันตัว ก็ไม่ต้องยื่น ถ้าศาลสั่งขังอยู่ ก็ต้องปล่อยตัวเป็นอิสระ แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีจบ คุณเปรมชัยไม่ผิด เพียงแต่กระบวนการยุติธรรมหมดอำนาจควบคุมตัว (เป็นการรักษาสิทธิ์ผู้ต้องหาตามรัฐธรรมนูญ) แต่หลังจากนั้น หากอัยการจะยื่นฟ้องต่อศาล ก็ออกหมายเรียกให้คุณเปรมชัยมารายงานตัว และนำตัวไปฟ้องได้ตลอดเวลา ส่วนในชั้นศาล ศาลจะสั่งขังระหว่างพิจารณา หรือให้ประกันตัวก็ได้ เป็นไปตามดุลยพินิจ
ส่วนเรื่องทำคดีช้าหรือไม่ช้า มองได้ 2 มุม มุมแรก ถ้าพนักงานสอบสวนทำสำนวนคดีแบบส่งๆ ชุ่ยๆ แล้วส่งให้อัยการฟ้อง ถ้าสำนวนคดีไม่รอบคอบรัดกุม เมื่อถึงชั้นศาล ผู้ต้องหาอาจหลุดคดีได้
อีกมุมหนึ่ง ถ้าพนักงานสอบสวนใช้เวลาอีกสักหน่อย เพราะยังเหลือเวลาอีกเกือบ 2 เดือน เพื่อทำสำนวนคดีให้ครบถ้วนสมบูรณ์ รัดกุม ชัดเจน และเหลือเวลาให้อัยการได้พิจารณาพยานหลักฐานด้วยตามสมควร เมื่อฟ้องคดีไป ก็มีโอกาสสูงที่ศาลจะพิพากษาลงโทษ
นี่เป็นข้อเท็จจริง ประกอบกับข้อกฎหมาย ที่ล่าความจริงนำมารายงานให้คุณผู้ชมได้เห็นกันชัดๆ ส่วนคดีจะช้าหรือเร็ว คงต้องพิจารณาจากเงื่อนไขตามที่เล่าให้ฟัง แต่ทั้งหมดต้องไม่ลืมเป้าหมายว่า ต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ฉะนั้นบางทีความล่าช้า แต่ชัวร์ และมีเหตุผลมากพอ เช่น ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็อาจจะคุ้มค่าที่คดีช้า แต่ถ้าช้าเพราะเตะถ่วง ช่วยเหลือผู้ต้องหา หรือบิดเบือนสำนวนคดี แบบนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสังคมก็ต้องติดตามตรวจสอบต่อไป