เนชั่นทีวี

ข่าว

ช่วงมาตรการห้ามเผา 2 วันจุดฮอทสปอตเชียงใหม่ ลดลงเหลือจากช่วงเดียวปีก่อน3เท่าตัว

03 มี.ค. 2561 | Ekkapon

ช่วงมาตรการห้ามเผา 2 วันจุดฮอทสปอตเชียงใหม่ ลดลงเหลือจากช่วงเดียวปีก่อน3เท่าตัว

หมอกควันยังปกคลุมตัวเมือง จากการชิงเผาก่อนเข้าสู่มาตรการห้ามเผา 51 วัน ระบุจับชิงเผาดำเนินคดีแล้ว 1 ราย คาดสถานการณ์ดีกว่าปีที่แล้ว ร้อยละ30 จากการบูรณาการร่วมกันทั้งรัฐ-เอกชน เผยจุดความร้อนหลังออกมาตรการห้ามเผาพบเพียง 6 จุด ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 14 จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(28 ก.พ.61) สภาพอากาศตัวเมืองเชียงใหม่ ยังคงมีหมอกควันปกคลุมอยู่ ขณะที่บริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เปิดน้ำพุโดยรอบคูเมือง เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเท และเพิ่มความชื้นในอากาศช่วยดูดซับหมอกควันในเมืองให้เบาบางลง ในขณะที่ประชาชนหลายรายต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องฝุ่นควันบางส่วนเข้าไปในร่างกายทางการหายใจซึ่งจะส่งผลให้แสบจมูก บรรยากาศโดยทั่วไปเช้าวันนี้มองเห็นดอยสุเทพจากระยะไกลได้ไม่ชัดเจนเหมือนช่วงเวลาปกติ

ขณะที่ข้อมูลตรวจวัดค่ามลพิษฝุ่นละอองในอากาศ ของสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ บริเวณสถานีตรวจวัด ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2561  ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน วัดได้ 111.93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ยังไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้ (2 มีนาคม) ช่วงเวลาเดียวกัน ค่าฝุ่นละอองสูงถึง 124.73ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าลดลงไปมากในช่วงเวลาเดียวกัน

ช่วงมาตรการห้ามเผา 2 วันจุดฮอทสปอตเชียงใหม่ ลดลงเหลือจากช่วงเดียวปีก่อน3เท่าตัว


นายสนั่น เผือกพันธุ์ หัวหน้าฝ่ายควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ค่าฝุ่นละอองในเมืองเชียงใหม่ที่ปรับขึ้นลงนั้น มีปัจจัยมาจากหลายเรื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากการชิงเผาทางทิศใต้ของเมืองเชียงใหม่ และกลุ่มควันเริ่มลอยเข้ามาในพื้นที่ตัวเมืองทำให้ค่าฝุ่นควันในช่วงวันที่ 1-2 มีนาคม สูงกว่าวันที่ 3 มีนาคม ประกอบกับในบริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณ ต.ช้างเผือก เป็นจุดที่มีปริมาณรถวิ่งผ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดควันจากรถยนต์สะสม ค่าฝุ่นควันในบริเวณดังกล่าวจึงค่อนข้างสูง แก้ไขโดยการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ลดปัญหาหมอกควัน

ขณะนี้ได้เข้าสู่ช่วงห้ามเผาเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 20 เม.ย.61 คาดว่าสถานการณ์หมอกควันจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 30 เนื่องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้บูรณาการร่วมกันอย่างเข้มข้น มีการเฝ้าระวังการลักลอบเผาตลอด 24 ชม. พร้อมทั้งให้ความรู้กับชาวบ้านถึงผลกระทบที่จะได้รับจากการเผา แต่ปัญหาการลักลอบเผาในพื้นที่ที่ห่างไกลบนภูเขาสูง ยังไม่สามารถควบคุมได้มากนัก เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่รับรู้เรื่องการประชาสัมพันธ์ การจะเข้าดำเนินการตามกฎหมายทำได้ยาก เนื่องจากเมื่อลักลอบเผาแล้วชาวบ้านมักจะเดินข้ามแดนไปพักอาศัยยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถทำการจับกุมได้

ช่วงมาตรการห้ามเผา 2 วันจุดฮอทสปอตเชียงใหม่ ลดลงเหลือจากช่วงเดียวปีก่อน3เท่าตัว


ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาด ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 61 ในพื้นที่ อ.อมก๋อย มีการลักลอบเผาพื้นที่ป่าเพื่อทำการเพาะปลูกจำนวน 1-2-60 ไร่ จำนวน 1 ราย ซึ่งได้แจ้งข้อหา ผิด พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน ห้ามมิให้ผู้ใดก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะกระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรม และรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือโดยได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14 ฐาน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมามีการจับกุมลักลอบเผาดำเนินคดีจำนวนทั้งสิ้น 12 ราย

รายงานจุดฮอทสปอตจากข้อมูลสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ จิสด้า หลังจากที่เข้าสู่ช่วงมาตรการห้ามเผา 51 วัน ตั้งแต่วันที่ 1มีนาคม -20 เมษายน 2561 เชียงใหม่พบจุดฮอทสปอตระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2561 จำนวน 6 จุด พบที่ อ.จอมทอง 1 จุด, อ.เชียงดาว 1 จุด, อ.สะเมิง 1 จุด, อ.สันทราย 1 จุด และ อ.อมก๋อย 2 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 พบจุดฮอทสปอตมากถึง 20 จุด ลดลง 14 จุด คาดว่าสถานการณ์ในปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วงเวลาห้ามเผา ของปี2560 มีจุดฮอทสปอตเกิดขึ้นจำนวน 609 จุด คาดว่าปีนี้ในช่วงเวลาห้ามเผาจำนวน 51 วัน จุดความร้อนจะลดลงประมาณร้อยละ 30

ช่วงมาตรการห้ามเผา 2 วันจุดฮอทสปอตเชียงใหม่ ลดลงเหลือจากช่วงเดียวปีก่อน3เท่าตัว

ข่าวล่าสุด