กว่าจะเป็นพรรคการเมือง...ไม่ง่าย
สำหรับกลุ่มการเมืองที่มา "จดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่" ในวันนี้ ยังไม่ถือว่าเป็น "พรรคการเมือง" โดยอัตโนมัติ เป็นเพียงมายื่นจดแจ้ง และ "จองชื่อพรรค" เอาไว้เท่านั้น ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร (เริ่มจากผู้ร่วมก่อตั้งพรรค 15 คน แต่บางพรรคมีชื่อมาคนเดียว) ตามด้วยคุณสมบัติของสมาชิกพรรคตามที่ตามกฎหมายพรรคการเมืองกำหนด ซึ่ง "คุณสมบัติ" หรือ "สเปค" กำหนดไว้ค่อนข้างสูงกว่ากฎหมายเดิม โดย กกต.จะส่งรายชื่อผู้ขอจดจัดตั้งพรรค ไปตรวจสอบลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคกับ 9 หน่วยงาน เช่น สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง , กรมราชทัณฑ์ , สำนักงาน ก.พ. , ศาลยุติธรรม , สำนักงานเลขาวุฒิสภา , ป.ป.ช. , ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลล้มละลาย
ขั้นตอนนี้ กกต.คาดว่าจะดำเนินการเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้เสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นจะออกหนังสือ "รับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง" เพื่อให้กลุ่มการเมืองไปดำเนินการหาผู้ร่วมจัดตั้งไม่น้อยกว่า 500 คน และจัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 250 คน รวมทั้งรวบรวมเงินทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1ล้านบาท โดยผู้ร่วมจัดตั้งพรรคจะต้องมีส่วนร่วมอย่างน้อยคนละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท และมีสาขาพรรคครบ 4 ภาค ซึ่งทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่ได้รับหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง
ดูจากคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแล้ว ต้องยอมรับว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่หลายคนคิด ก็ต้องรอดูว่าพรรคที่ยื่นจดแจ้งจัดตั้งในวันนี้ จะรอดไปเป็นพรรคการเมืองได้จริงๆ สักกี่พรรค