(28 ก.พ.61) กรณีที่นายวีระพงษ์ บุญกอง อายุ 29 ปี หนุ่มชาว ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้ก่อเหตุจับลูกชายของตัวเองวัย 5 ขวบเป็นตัวประกันแล้วใช้มีดจี้คอขังตัวอยู่ในบ้านเช่า ระหว่างก่อเหตุได้ถ่ายรูปคราบเลือดบริเวณพื้นห้องมือเปื้อนเลือด และภาพขณะใช้มีดปลายแหลมเปื้อนเลือดจี้คอตัวเองโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเพื่อประชดภรรยาวัย 26 ปี ที่ตีตัวออกห่าง ทั้งระแวงว่าภรรยาจะนอกใจไปมีชายอื่น
สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับแม่ของนายวีระพงษ์และเพื่อนบ้านใกล้เคียง ได้พยายามมาช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้นายวีระพงษ์สงบสติอารมณ์และปล่อยลูกชายแต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ และคอยระงับเหตุเพราะเกรงจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธีรพล ยมนา ผกก.สภ.หนองกี่
ทั้งนี้ยังได้ติดต่อประสานให้ภรรยามาช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรง แต่นายวีระพงษ์ก็ไม่ยอมปล่อยลูกชายออกมา จนกว่าภรรยาจะรับปากว่าจะกลับมาอยู่ด้วยเนื่องจากภรรยาได้หายไปเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดมากขึ้นเมื่อทั้งสองเกิดโต้เถียงกัน ทำให้นายวีระพงษ์ เกิดอาการโมโหมากขึ้นจนเวลาผ่านไปนานกว่า 10 ชั่วโมง นายวีระพงษ์ เกิดอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าเจ้าหน้าที่จึงอาศัยจังหวะเข้าชาร์จตัว และช่วยเหลือเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย
ล่าสุด ร.ต.อ.พิตติพล พุฒินาทวรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองกี่ เจ้าของคดี สอบปากคำนายพีระพงษ์ โดยอ้างว่าไม่มีเจตนาทำร้ายลูก เพียงแค่สร้างสถานการณ์เรียกร้องความสนใจอยากให้ภรรยากลับมาอยู่กับตัวเองเท่านั้น ส่วนคราบเลือดที่ถ่ายรูปโพสต์ในเฟซบุ๊กก็เป็นเลือดหมูไม่ใช่เลือดคน ไม่คิดว่าสถานการณ์จะบานปลายขนาดนี้ หลังสอบปากคำพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อกล่าวหานายพีระพงษ์ 3 ข้อหา "หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น, มียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อเสพ และกระทำความรุนแรงในครอบครัว" ก่อนจะนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง
ด้านนางเลื่อน บุญกอง แม่ของนายวีระพงษ์ ได้เล่านาทีที่ลูกชายเกิดอาการคลุ้มคลั่งจับลูกชายของตัวเองเป็นตัวประกันว่า ไม่คาดคิดว่าลูกชายจะก่อเหตุแบบนี้ขึ้น เพราะที่ผ่านมาเคยเห็นลูกมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยทำร้ายร่างกายภรรยาหรือลูกเลยเพราะนายวีระพงษ์รักภรรยามาก แต่เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าลูกชายมีปัญหาอะไรกับลูกสะใภ้จึงได้หนีไปโดยไม่บอกกล่าว ซึ่งนายวีระพงษ์ก็พยายามตามหา และโทรศัพท์ติดต่อแต่ก็ไม่เจอ จนทำให้เกิดความเครียดและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น แต่ยังโชคดีที่ลูกชายกับหลานปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ในฐานะคนเป็นแม่ก็สงสารลูกที่ต้องมาถูกจับเพียงเพราะทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบ