ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรแหลมฉบังแล้ว และเพื่อความปลอดภัย บริษัทได้นำรถเมล์เอ็นจีวี ที่จอดและถูกทุบออกจากพื้นที่แหลมฉบังแล้ว เพื่อนำไปซ่อมส่วนที่เสียหาย
ขณะที่ รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรือตรี ทรงธรรม จันทประสิทธ์ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่รถเมล์เอ็นจีวีเสียหายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยระบุว่า
ส่วนแรกจากการส่งมอบระหว่างเรือสินค้ากับท่าเทียบเรือ ซี 3 ท่าเรือแหลมฉบัง รถเมล์ NGV ได้จอดอยู่บนพื้นโครงเหล็กที่มีขนาดเท่ากับตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันในระหว่างการขนถ่าย จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการกระทบกระแทกกันได้สูง ซึ่งเมื่อเรือสินค้าได้เข้าเทียบที่ท่าเทียบเรือ ซี3 พบว่า มีรถเมล์ NGV จำนวน 3 คัน เสียหายก่อนที่จะมาถึงท่าเทียบเรือ ซี3 โดยมีกระจกแตก ทะลุ ร้าว ซึ่งผู้แทนของเรือสินค้าได้ลงนามรับทราบและรับรองความเสียหายแล้ว โดยสายการเดินเรือเป็นผู้รับผิดชอบ
ส่วนที่ 2 สำหรับการรับฝากรถเมล์ NGV ในพื้นที่ท่าเทียบเรือ ซี3 ท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันว่าพื้นที่ท่าเทียบเรือเป็นพื้นที่ปิดและมีกล้อง CCTV บันทึกภาพไว้ตลอดเวลา และมีเจ้าหน้าที่เวียนมาตรวจสอบเป็นประจำ แต่เมื่อตรวจสอบพบชำรุดเสียหายที่บริเวณกระจกอีกจำนวน 2 คัน ความเสียหายส่วนนี้ ท่าเทียบเรือเป็นผู้รับผิดชอบ
ส่วนที่ 3 การส่งมอบรถเมล์ NGV ให้กับรถหัวลากที่ลำเลียงออกนอกพื้นที่ท่าเทียบเรือ ได้มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างท่าเทียบเรือ และตัวแทนเจ้าของสินค้า พบว่ามีรถเมล์ NGV มีความเสียหายที่บริเวณกระจกรถ แต่หลังจากที่รถเมล์ NGV ได้ออกจากท่าเทียบเรือไปแล้ว มีการตรวจพบโดยผู้ขนส่งว่ารถเมล์มีไฟเลี้ยวและไฟท้ายแตกเพิ่มเติมอีก 2 คัน ความเสียหายส่วนนี้ ผู้รับบรรทุกเป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง โดย ร.ต.ต. มนตรี ฤกษ์จำเนียร บอกว่า ได้ประชุมร่วมกับท่าเทียบเรือ ซี3 พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกัน และจัดทำรายงานสรุปเหตุการณ์พร้อมให้ท่าเทียบเรือซี3 รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเสนอท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดชอบในความเสียหายต่อไป