เอกสารลับ ที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทำหนังสือ ถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้สั่งย้าย พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร กาญจนบุรี มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยให้ขาดจากตำแหน่เดิม
ในเอกสารระบุการสอบปากคำ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ที่รับแจ้งความจากครูปรีชา ลงวันที่ 26 พ.ย.2560 จากนั้นหารือกับพ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค รองผู้กำกับ สอบสวน สภ.เมืองกาญจน์ฯมาโดยตลอด ซึ่ง พ.ต.ท.ชูวิทย์สั่งการ ให้สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืน
ต่อมาพล.ต.ต.สุทธิ เรียกสำนวนไปตรวจหลายครั้ง ทั้งที่บ้านพักและที่ทำงาน แล้วสั่งการให้ สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืน มีการแก้ไขบันทึกคำให้การ เดิมของนายปรีชา เจ๊บ้าบิ่น และ เจ๊พัช โดยเพิ่มข้อเท็จจริงลงในคำให้การเดิมที่สอบสวนไว้ครั้งแรก เพื่อให้เห็นว่ามีการกล่าวถึงพยานหลักฐาน ต่างๆครบถ้วนตั้งแต่การสอบสวนครั้งแรก ซึ่งมีการแก้ไขในลักษณะนี้หลายครั้ง ส่วนคำให้การเดิมได้ฉีกทิ้ง โดยพล.ต.ต.สุทธิ และพ.ต.ท.ชูวิทย์ทราบมาโดยตลอด แต่ไม่ได้ทักท้วง
โดยมี พล.ต.ต.คนหนึ่ง บอกว่าทำไปแล้วเดี๋ยวหาทางแก้ไข จากนั้นพนักงานสอบสวนก็สอบ สวนบุคคลเพิ่มเติม เพื่อยืนยันให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่ถูกแก้ไข และเมื่อกลางเดือน ม.ค.2561 ภาค 7 ตกลงจะส่งซองพลาสติกบรรจุกสลากที่มีลายมือเขียนราคาสลากไปตรวจ พิสูจน์ว่าเป็นลายมือของเจ๊พัด หรือไม่ โดยซองนี้ หมวดจรูญมอบให้เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 เก็บไว้ในโต๊ะทำงาน ต่อมาโต๊ะถูกรื้อค้น ซองพลาสติกหายไป เมื่อปรึกษา พ.ต.อ.พิพัฒน์ รุ่งสัมพันธ์ ผกก.สอบสวน และ พล.ต.ต.คนหนึ่งแล้วระบุให้ยกเลิกการส่งตรวจพิสูจน์ และไม่มีการบันทึกการประชุม
ในเอกสารอ้างคำให้การ พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค หัวหน้าพนักงานสอบสวน ว่า พล.ต.ต.สุทธิ สั่งให้อายัดบัญชีธนาคารของหมวดจรูญ ต่อมามีเจ้าหน้าที่ศาลเล่าว่าอยู่ในเหตุการณ์ที่นายปรีชาซื้อหวย และเห็นเลข สลาก 726 แล่บมาจากกระเป๋าเสื้อ จึงกลับมาบอกให้ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ เรียกมาสอบปากคำเป็นพยานเพิ่มเติม แต่ข้อเท็จจริงไม่สอดคล้องกัน จึงแนะนำให้ ร.ต.อ.จิร ยุทธ์สอบสวนเหตุการณ์ให้กลมกลืน
โดยพฤติกรรมเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การนั้น คือ พล.ต.ต.สุทธิ และ พ.ต.ท.ชู วิทย์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของร.ต.อ.จิรยุทธ์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลต่อรูปคดีอย่างมาก ทำให้พยานหลักฐานของฝ่ายครูปรีชามีน้ำหนักน่าเชื่อถือ
จากพฤติการณ์ของ พล.ต.ต.สุทธิ เป็นการใช้อำนาจในฐานะ ที่เป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าพนักงานสอบสวนในจ.กาญจนบุรี สั่งการให้พนักงานสอบสวนโดยไม่สุจริต มีอคติเข้าข้างฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง หากปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไป อาจเป็นที่ไม่ไว้วางใจของคู่กรณี และประชาชน ตลอดจนอาจใช้ อำนาจหน้าที่เข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานอันส่งผลให้พยานเกิด ความหวาดกลัว จึงควรให้ย้ายมาปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ