ทช.เร่งฟื้นฟูปะการัง เกาะไข่ คาดอีก3ปี สมบูรณ์
21 ก.พ. 2561 | nation_ent

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นำโดย นายนิพนธ์ พงศ์สุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศทางทะเล และชายฝั่ง
ข่าว
21 ก.พ. 2561 | nation_ent

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นำโดย นายนิพนธ์ พงศ์สุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศทางทะเล และชายฝั่ง
พร้อมด้วยนายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 นำนักดำน้ำจิตอาสา จากชมรมดำน้ำตร.พังงา ภูเก็ตสกูบ้า ภูเก็ตซีฟาร์ เรอร์ ทีมอนุรักษ์ทรัพยากรใต้น้ำ อำเภอสวี ทีมดำน้ำเกาะสีชัง นักดำน้ำจากอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลจังหวัดพังงา และภูเก็ต รวม 30 คน ปฏิการฟื้นฟูปะการัง บริเวณเกาะไข่ใน ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ภายใต้โครงการฟื้นฟูทรัพยากรปะการังแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ประจำปี2561 เป้าหมายที่จะฟื้นฟูปะการังเกาะไข่30ไร่
นายวิชัย บอกว่า ในอดีตเกาะไข่ถูกจัดเป็นสถานที่ที่มีปะการังที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของไทย แต่หลังเกิดปะการังฟอกขาวทั่วไทยเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับถูกรบกวนจากกิจกรรมาท่องเที่ยวต่อเนื่อง ทำให้ปะการังเสื่อมโทรมลงตามลำดับ คาดหวังว่าโครงการดังกล่าวนี้จะช่วยให้ปะการังฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ด้านนายนิพนธ์ บอกว่า การฟื้นฟูปะการัง ใช้เทคนิคแบบธรรมชาติให้มากที่สุด โดยจะเก็บเศษกิ่งปะการังมีชีวิตที่แตกหักทั้งโดยธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ ไปผูกติดกับฐานเศษซากปะการังเดิมที่ตายแล้วโดยใช้เคเบิลไทน์ กรณีไม่มีฐานปะการังเดิมก็จะใช้อิฐบล๊อกเป็นฐานเทียม หลังจากนั้นก็เอากิ่งปะการังลงปลูกโดยใช้กาวอีพอกซี่ เป็นตัวเชื่อมระหว่างกิ่งปะการังและอิฐบล็อกปล่อยทิ้งไว้ประมาณไม่เกิน 1 เดือน ปะการังก็จะค่อยๆ เจริญเติบโตขยายโคโลนีขึ้นเรื่อยๆ จนแผ่ปกคลุมเป็นแนวปะการังที่สมบูรณ์ต่อไป
สำหรับพื้นที่เกาะไข่ใน จ.พังงา เป็นที่น่าดีใจหลังจากที่พบปะการังกำลังฟื้นตัวตามธรรมชาติ ปะการังวัยอ่อนก็หนาแน่นขึ้น แต่ก็ยังพบร่องรอยความเสียหายจากน้ำของมนุษย์ คาดว่าอีก 3-4 ปีปะรังจะกลับมาสมบูรณ์ ถ้าสามารถรักษาและป้องกันผลกระทบจากการท่องเที่ยวได้ดี แต่ที่น่าดีใจไปกว่านั้นทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ลงพื้นที่สำรวจพบว่าแนวปะการังฟื้นตัวเกือบเต็มที่แล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 8 ปีนับตั้งแต่ปี 2553 ที่เสียหายรุนแรงเป็นประวัติการณ์จากปะการังฟอกขาว ปัจจัยที่เกาะไข่มีการฟื้นตัวช้า อาจเป็นเพราะคุณภาพน้ำที่ด้อยกว่า และมีผลกระทบจากนักท่องเที่ยว ส่วนที่หมู่เกาะสุรินทร์ปะการัง มีการฟื้นได้เร็วกว่ากราฟที่เขียนคาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และได้รับตัวอ่อนปะการังจากหมู่เกาะเมอกุย ในประเทศพม่า อีกด้วย