เพื่อแก้ปัญหาแรงงานประมงในไทยให้มีมาตรฐานให้มากขึ้น ที่สำคัญแรงงานได้รับความคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงแรงงานหัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ จึงได้ออกมาตรการเข้มงวด โดยกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งขณะนี้มีแรงงานได้รับค่าตอบแทนผ่านธนาคารแล้วจำนวน 5,000 คนนอกจากนี้ กำหนดให้บริษัทจัดหาแรงงานขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ล่าสุดมาขอขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 100 บริษัท
ส่วนการเปลี่ยนนายจ้าง แรงงานต่างด้าวที่ต้องการเปลี่ยนนายจ้างก็สามารถเปลี่ยนได้เลย และการทำสัญญา ในอดีตนายจ้างเป็นเป็นผู้ถือสัญญาแต่ฝ่ายเดียว แต่มาตรการใหม่นี้กำหนดให้นายจ้างจะต้องมีสัญญาที่เป็นภาษาของลูกจ้าง และให้ลูกจ้างเก็บไว้อีก 1 ฉบับด้วย ที่สำคัญได้มีการเพิ่มจำนวนพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ราย
รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานยอมรับว่า การแก้ปัญหาแรงงานประมงคงไม่สามารถแก้ให้หมดไปได้ แต่ที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผลของการปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย จนนำไปสู่การดำเนินคดีกว่า 4,240 คดี เป็นคดีค่ามนุษย์ภาคประมง 85 คดี ผู้ต้องหาถูกจำคุกไปแล้ว 50 ราย โทษจำคุกสูงสุด 14 ปี ปรับ 2 ล้าน 5 แสนบาท คดีเรือประมงนอกน่านน้ำไทย 79 คดี คดีถึงที่สุดแล้ว 51 คดี คิดเป็นร้อยละ 64 ของคดีประมงนอกน่านน้ำทั้งหมด คดีเรือประมงไทยในน่านน้ำและเรือต่างชาติ 1,065 คดี และจับกุมเรือต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทยรวม 184 ลำ คดีถึงที่สุดแล้ว 817 คดี คิดเป็นร้อยละ 77 ของคดีทั้งหมด
จำนวนการดำเนินคดีช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสามารถการดำเนินคดีได้ถึง 4,240 คดี
-คดีค่ามนุษย์ภาคประมง 85 คดี-คดีเรือประมงนอกน่านน้ำไทย 79 คดี-คดีเรือประมงไทยในน่านน้ำและเรือต่างชาติ 1,065 คดี-จับกุมเรือต่างชาติที่ลับลอบเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทยรวม 184 ลำ คดีถึงที่สุดแล้ว 817 คดี คิดเป็นร้อยละ 77 ของคดีทั้งหมด
ปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมาจากระบบการขึ้นทะเบียนขอทำงานอย่างถูกกฎหมายของไทย ซึ่งมีการสะท้อนว่าไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทว่าจากข้อมูลพบว่ายังเหลือต่างด้าวจากเมียนมาอยู่ระหว่างพิสูจน์สัญชาติอีกกว่า 3 แสนคน กัมพูชาอีก 4 แสนคน และสปป.ลาวอีก 1 แสนกว่าคน ล่าสุด รัฐมนตรีได้สั่งการให้เปิดศูนย์ให้ลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวอีกครั้ง และคาดการณ์ว่าภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วนแรงงานที่พิสูจน์สัญชาติแล้วจะต้องดำเนินการด้านเอกสารภายในเวลาที่ผ่อนผันคือ 31 มีนาคมนี้